[HB] ป่วย

posted on 25 Jun 2015 21:39 by adeya
 
เอนทรีนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมมินิคอมมู Hummingbird Coffee Shop 
 
 
 
 
 
Timeline : เดือนกันยายน (ฟิคนี้ Time Skip นะคะ)
 
Mentioned: ไอยวริญท์(อัยย์) มทิรา(มิว...เพื่อนสนิทอัยย์)
 
 
 
วันหนึ่งไอยวริญท์เดินกระดึ๊บๆ เข้ามาในห้องทำงานของอริญชย์เงียบๆ มือบางเคลื่อนมาวางบนไหล่กว้างแล้วค่อยๆบีบนวดต้นคอเบาๆ พร้อมกับคำพูดเสียงหวานฉ่ำผิดไปจากเวลาปกติ
 
 
 
“โอห์มคะ”
 
“ครับ?” ชายหนุ่มตอบรับ แต่สายตายังคงจ้องมองแผนวิเคราะห์การตลาดบนหน้าจอคอมพิวเตอร์แล็ปทอป
 
“พักนี้เราไม่ค่อยไปเที่ยวไหนกันเลยนะคะ”
 
“อืม…” มือที่กำลังพิมพ์รัวอยู่บนแป้นคีย์บอร์ดหยุดชะงัก “...แล้วคุณอัยย์อยากไปไหนเหรอครับ?”
 
“อยากไปทะเลค่ะ!"
 
“ทะเลเหรอครับ...ร้อนแย่เลยนะ คุณไม่ชอบที่ร้อนๆไม่ใช่เหรอ?”
 
“ร้อนที่ไหนกันล่ะคะ นี่ก็จะเข้าหน้าหนาวอยู่แล้วด้วยซ้ำ” ไอวริญท์ทำจมูกย่น “นะ พาไปหน่อยนะคะ อัยย์อยากไป”
 
 
 
อยู่ๆ แฟนสาวมาเกาะไหล่ประจบประแจง ออดอ้อนเสียงหวานอยู่ข้างๆแบบนี้มีรึอริญชย์จะไม่สนใจ เขาจึงยอมละสายตาจากงานตรงหน้าแล้วหันมาคุยด้วยจริงจัง
 
 
 
“ผมยังทำงานไม่เสร็จเลยครับ โครงการนี้ต้องนำเสนอต้นเดือนหน้านี้แล้ว แล้วช่วงนี้ผมเพิ่งรับช่วงกิจการต่อจากคุณพ่อต้องประชุมแทบทุกวันเลยด้วย..."
 
“...ถ้าคุณไม่ว่างพาไปฉันไปเองก็ได้ค่ะ" ไอยวริญท์พองแก้มป่องใส่งอนๆ
 
“ผมไม่ได้หมายความว่าจะไม่พาไปสักหน่อย” อริญชย์ปฏิเสธพลางรีบเปิดดูปฎิทินในไอโฟน “...กลางเดือนหน้าผมว่างอาทิตย์นึง เราไปเที่ยวกันช่วงนั้นดีมั้ยครับ?”
 
 
 
ดูเหมือนจะเป็นข้อเสนอที่ดูไม่ต้องรอนานเกินไปนัก เพราะอีกไม่กี่วันก็สิ้นเดือนแล้ว กลางเดือนหน้าอย่างมากก็แค่รออีก 2 อาทิตย์ มีเวลาช้อปปิ้งเตรียมตัวสบายๆ เมื่อคิดถี่ถ้วนแล้ว ไอยวริญท์รีบตอบรับทันที
 
 
 
“เย่ น่ารักที่สุดเลย" ริมฝีปากบางสีชมพูเคลื่อนมาจุมพิตที่แก้มชายหนุ่ม“ฉันนึกอยู่แล้วว่ายังไงคุณต้องโอเคแน่นอน"
 
“...” อริญชย์ยกมือถูแก้มที่แดงก่ำจนถึงใบหู แต่ยังไม่ทันที่จะพูดอะไรแฟนสาวก็หมุนตัวออกไปข้างนอกเสียแล้ว
 
“งั้นฉันไปช้อปปิ้งของจำเป็นเอาไว้เลยดีกว่า แล้วค่อยเจอกันอีกทีนะคะ ที่รัก บาย~”
 
 
 
อริญชย์อมยิ้มบางๆ พลางส่ายหน้าให้กับแม่สาวผมซาลาเปาอารมณ์แปรรวนคนนี้ ไม่มีใครตามเธอทันสักคน แต่ไม่ว่ายังไงสำหรับเขาเธอก็เป็นคนน่ารักแบบของเธอ เพียงแต่คนทั่วไปไม่ค่อยได้เห็นเท่าไหร่นัก
 
 
 
 
 
****************************************
 
 
 
 
ในที่สุดอริญชย์ก็รีบทำงานให้เสร็จตามเวลาที่สัญญาไว้จนได้ เขาแทบไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อน ไหนจะต้องดูแลน้องๆ ไหนจะต้องทำงานแทนบิดาที่เป็นเจ้าของโรงแรม แถมเขายังมีธุรกิจที่ร่วมลงทุนกับเพื่อนกำลังเติบโตอีก แทบไม่มีเวลาเป็นของตัวเองเลย แต่เขาก็ยังจัดการทุกอย่างได้ โดยไม่มีเสียงกระแง้วกระงอดโอดครวญจากคนใกล้ชิดมาตามสายโทรศัพท์ เขาสัญญากับตัวเองว่าจะดูแลทุกคนให้ดี แต่ทว่าเขากลับไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเขาเองก็ต้องการคนดูแลเหมือนกัน ร่างกายที่ถูกบั่นทอนจากการลุยงาน ผิดวินัยตัวเอง อดหลับอดนอนติดๆกันหลายวัน กำลังเริ่มแสดงอาการไม่สบายขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ในขณะที่การเดินทางพักผ่อนกับคนรักกำลังจะเริ่ม
 
 
 
“วันนี้มีคนร่วมทางไปด้วยนะคะ” ไอวริญท์ยิ้ม พร้อมเฉลยคำตอบ “แท่นแท๊น…!!!"
 
“เฮ่ลโล่ว” เพื่อนสาวคนสนิทโบกมือให้ เดินควงมากับแฟนหนุ่มเข้ามาร่วมวง “ขอเราร่วมทางไปด้วยนะจ๊ะ”
 
“หือ?” คิ้วเข้มเลิกสูง “...เรานัดกันเมื่อไหร่เหรอครับ?”
 
“ก็เดือนที่แล้วอัยย์บอกว่าจะไปเที่ยวทะเล แต่ใส่บีกินนีคนเดียวมันเขินก็เลยชวนฉันมาด้วยน่ะสิ” ได้ทีมทิราก็ขายเพื่อนหมดเปลือก “นี่ถ้าไม่ซี้กัน ฉันไม่ลางานตามมาด้วยหรอกนะจะบอกให้”
 
 
 
เมื่อได้ยินคำตอบแล้วอริญชย์รู้สึกผิดหวังเล็กน้อยทั้งที่เขาคาดว่าจะได้เที่ยวกับแฟนสองต่อสอง และคิดว่าเธอเองก็คงคิดแบบเดียวกันทั่งที่อุตส่าห์รีบเคลียร์งานทุกอย่างให้เสร็จตามสัญญากลับมีแขกไม่รับเชิญโผล่เข้ามา แม้ว่าเขาจะไม่แสดงอาการไม่พอใจออกมา แต่ความรู้สึกไม่ดีเพียงเล็กน้อยรวมกับความเหนื่อยล้าที่สะสมมาระยะหนึ่ง ทำให้ร่างกายเริ่มแสดงอาการบางอย่างออกมา
 
อริญชย์แสร้งทำเป็นสนุกสนานกับการเดินทาง เขาต้องทนขับรถพาสมาชิกอีก 3 คน ตะลอนเที่ยวตามสถานที่ต่างๆที่แม่ตัวยุ่งแพลนไว้ พาเดินชมวิว ถ่ายรูป ช้อปปิ้ง กินอาหาร แต่ละที่แม่คุณช่างสรรค์หาพาไป แม้กระทั่งถึงช่วงเวลาอาหารเย็นที่เขาขออยู่กับเธอสองคนยังกลับได้รับคำปฏิเสธ
 
 
 
“ทำไมละคะ ไหนๆ ก็มาด้วยกันแล้วก็ไปด้วยกันให้หมดนี่แหละ สนุกดีออก"
 
“แต่เราก็ไปด้วยกันหลายที่แล้วนี่ครับ มื้อเย็นนี้ผมขอล่ะนะ”
 
“แต่สองคนนั้นเขาก็ไม่มีรถนะคะ จะทิ้งเขาไว้มันดูยังไงก็ไม่รู้ อีกอย่างฉันก็คุยกับมิวไว้ว่าจะไปเดินตลาดกลางคืนกันต่อด้วยน่ะสิ”
 
“เหรอครับ? ตั้งแต่มานี่คุณอัยย์วางแผนอะไรไว้ก็ไม่เคยคิดจะบอกผมก่อนเลยนะ” อริญชย์แค่นเสียงหงุดหงิด “แล้วถ้าหากว่าผมจองร้านอาหารไว้แล้วเหมือนกันล่ะ?"
 
 
 
ดูท่าเจ้าหล่อนจะไม่เข้าใจประเด็นที่เขาจะสื่อใดนัก ถึงได้ต่อบทกลับมาหน้าเฉย
 
 
 
“ก็...ขอเขาเพิ่มที่นั่งเอาก็ได้มั้งคะ? ทีนี้เราก็จะได้ไปกินร้านนั้นด้วย ไปเที่ยวตลาดนัดกันต่อด้วยเลยไง”
 
 
 
...มันจะใช่ซะที่ไหน...ในเมื่อร้านอาหารที่เขาจองมันเป็นดินเนอร์สำหรับสองคน แถมยังมีทั้งดนตรี และการแสดงพิเศษที่เอาไว้เซอร์ไพรส์มื้อค่ำนี้กับเธอ “แค่สองคน” ต่างหาก!
 
ก็แค่เขาอยากอยู่กับคนรักสองต่อสองบ้าง มันจะเข้าใจยากอะไรนักหนา!
 
 
 
“...งั้นพวกคุณไปกันเองก็แล้วกัน” กุณแจรถถูกยัดใส่มือไอยวริญท์แทนการตัดบท ทำเอาคนถูกประชดใส่ถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก
 
“อ้าว แล้วกัน! โอห์มละก็ ทำไมต้องงอนด้วยละคะ เรื่องแค่นี้เอง”
 
“มันอาจจะเป็นเรื่องแค่นี้ของคุณ แต่ไม่ใช่สำหรับผมนี่ครับ!” พออีกฝ่ายเสียงแข็งใส่ คนพูดก็นิ่งไปพักหนึ่งอย่างมึนๆ แต่ก็ยอมอ่อนลงมาให้อย่างเร็ว
 
“ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย โอห์มก็ใจเย็นๆ ก่อนสิคะ” ไอวริญท์ลูบแขนสองข้างของชายหนุ่มเบาๆ เป็นเชิงช่วยให้คลายอารมณ์ฉุนเฉียว “แล้วนี่สรุปคุณไม่พอใจเรื่องอะไรกันแน่ ไหนลองบอกฉันมาซิ"
 
 
 
ต่อให้ถูกใช้น้ำเย็นเข้าลูบ เขาก็ยังหงุดหงิดไม่หาย ถึงได้ว่าย้อนกลับไป
 
 
 
“ผมน่ะให้ความสำคัญกับคุณเสมอ คุณเองต่างหากที่เคยเห็นผมเป็นคนสำคัญบ้างรึเปล่า?”
 
“.....” อริญชย์ปล่อยให้ไอยวริญท์ยืนอึ้ง จับต้นชนปลายไม่ถูกอยู่อย่างงั้น ก่อนจะเดินมาหามทิรากับแฟนหนุ่มที่เดินตามมาสมทบที่ประตูหน้าห้องพัก
 
“ผมฝากคุณอัยย์ด้วยนะครับ มิว แล้วก็อย่าเที่ยวกันดึกมากล่ะ กลางคืนคนเยอะอันตรายเหมือนกัน”
 
 
 
ว่าแล้วประตูห้องก็ปิดลงต่อหน้าคนสามคนที่กะพริบตาปริบๆ อย่างมึนงง
 
 
 
 
****************************************
 
 
 
หลังจากทนเคาะตื๊ออยู่หน้าประตูสักพักแล้วไม่มีคำตอบ ไอยวริญท์ก็ยอมออกจากโรงแรมไปเดินเที่ยวกับเพื่อนๆ อยู่ไม่ไกลแถวนั้นนัก สีหน้าครุ่นคิดย้อนกลับไปเหตุการณ์เมื่อครู่ที่มีบางอย่างสะกิดใจเธออยู่ตลอดเวลา
 
เธอไม่ได้ติดใจการงอนของอริชญย์เท่าไหร่ แม้จะหายากที่อีกฝ่ายจะขัดใจ และทิ้งเธอให้ออกมากับเพื่อนตามลำพังแบบนี้
 
 
 
แปลกจริง…
 
 
 
เธอพลิกผ่ามือสองข้างขึ้นมาดู แล้วนึกได้ว่า ตอนที่สัมผัสตัวอีกฝ่ายรู้สึกเหมือนตัวเขาจะร้อนรุมๆ กว่าปกติ อาจะเป็นเพราะผู้ชายตัวใหญ่อุณภูมิร่างกายต้องสูงกว่าเธออยู่แล้ว แต่เมื่อทบทวนดูดีๆอาการของเขาก็ดูแปลกตั้งแต่เริ่มเดินทางแล้วกระมัง...
 
 
 
"อัยย์" มทิราสะกิดแขนเพื่อนสาว "เป็นไร สีหน้าไม่ดีเลย แล้วนี่ทำไมโอห์มไม่มาด้วยล่ะ? ทะเลาะกันเหรอ?"
 
“ไม่รู้สิ” เธอลากเสียงตอบ “อยู่ดีๆ ก็มาโกรธฉันเรื่องร้านอาหาร บอกว่าจองเอาไว้นานแล้ว อยากจะให้ไปด้วยกันให้ได้ แต่พอฉันบอกว่าก็ไปสิ แค่โทรบอกที่ร้านให้เพิ่มโต๊ะให้หน่อย แล้วเดี๋ยวเราค่อยไปเดินเล่นตลาดกันต่อ เขาก็โมโห ทิ้งฉันให้ออกมาอยู่กับแกเนี่ยแหละ”
 
 
 
พอฟังเพื่อนสนิทอธิบายเรื่องจนจบ มทิราก็ชักจะหน้าเจื่อน
 
 
 
...โธ่ พ่อคุณเอ๊ย...ทีเรื่องละเอียดอ่อนแบบนี้ละไม่อธิบาย แล้วคนบ้องตื้นโลกหมุนรอบตัวเองอย่างยัยนี่มันจะเข้าใจอะไรเองได้มั้ยละนั่น มทิราพอจะรู้อยู่แล้วว่าอริญชย์ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ที่จู่ๆ พวกเธอก็โผล่มาร่วมแจมทริปกะทันหัน แต่หญิงสาวก็เลือกที่จะไม่ใส่ใจ เพราะนานๆ เธอจะได้ใช้เวลาออกมาเที่ยวสนุกๆ มีคนครบแบบนี้กับเขาสักที
 
 
 
...แต่ถ้ามันทำให้ไอยวริญท์เดือดร้อนละก็..เธอก็คิดว่ามันชักจะไม่เข้าท่าแล้วล่ะนะ...
 
ในฐานะที่เป็นเพื่อนของทั้งสองฝ่าย (และต้นเหตุของปัญหา) มทิราคิดว่าคงไม่มีคนกลางคนไหนจะช่วยไกล่เกลี่ยไปได้ดีกว่าเธออีกแล้วล่ะ
 
 
 
“ฉันว่า...เขาคงอยากใช้เวลาอยู่กับแกสองคนมากกว่ามั้ง...” เธอสรุปเข้าประเด็น แต่พอหันไปเห็นแววตางงๆ ของคนข้างๆ คนสวยเสมอก็ถึงกับกลอกตา “อย่ามาเถียงฉันเชียวนะว่าแกก็อยู่กับเขาตลอด โนว! คนรักกันมันก็ต้องอยากอยู่กันสองต่อสองบ้างสิยะ ขนาดฉันยังแว่บไปอยู่กับฮันตั้งหลายหน ...เออ แต่แกมันเพี้ยนนี่นา ฉันก็ลืมไป”
 
 
ประโยคหลังไม่วายกัดให้ไอยวริญท์ชักหน้ายู่
 
 
“พวกฉันน่ะยังไม่เท่าไหร่เพราะเราอยู่ด้วยกันบ่อย แต่ช่วงนี้โอห์มเขายุ่งมากเลยไม่ใช่เหรอ มาเที่ยวกับแกทั้งทีเขาก็คงคาดหวังไว้สูงแหละมั้ง จะโกรธก็ไม่แปลกหรอก”
 
 
ความเห็นสุดกระชับและตรงไปตรงมาของมทิรานำพาไอยวริญท์ไปถึงบางอ้อในที่สุด เพียงแค่นึกภาพตามสักพัก หญิงสาวก็ค่อยๆ พยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ ไอยวริญท์ก็ไม่ได้นึกโกรธอริญชย์ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพียงแต่ถ้าเธอไม่เข้าใจสาเหตุ เธอก็แก้ปัญหาไม่ถูกน่ะสิ