[HB] Before the First Time

posted on 31 May 2014 17:54 by adeya in Hummingbird
เอนทรีนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมมินิคอมมู Hummingbird Coffee Shop
 
 
 
 
 
 
Timeline: ปลายเดือนมีนาคม 2557
 
Mentioned: ณชนก(อี้) / อริญชย์(โอห์ม) / ศรัญย์(จุ๋ย) 
 
 
 
 
 
เมื่อตอนที่ผมยังเด็ก...คุณแม่มักพูดให้ฟังเสมอว่าการได้พบเจอ
หรือมีใครสักคนผ่านเข้ามาในชีวิตเราอาจไม่ใช่เรื่อง บังเอิญ แต่เป็น พรมลิขิต
ทำให้เกิดสิ่งต่างๆรอบตัวเราและใครคนนั้น 
 
 
 
ผมเลยอดคิดไม่ได้ว่าคิดว่าเหตุการณ์วันนั้นอาจเป็นอย่างที่แม่พูดก็ได้...
 
 
 
 
ณ ซอยเล็กๆแห่งหนึ่งในย่านสีลม มีอาคารสีขาวสูงสามชั้นอยู่ตรงหัวมุมถนน รายล้อมด้วยร้านอาหารและร้านค้าอื่นๆมากมาย เป็นที่ตั้งของบริษัทจำหน่ายและซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ผมกับเพื่อนสนิทร่วมหุ้นกันสร้าง ทีแรกเราเริ่มจากร้านซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้าธรรมดาในตึกแถว ต่อมาก็ซื้อตึกหลังนี้ และเปิดเป็นบริษัทรับซ่อมอุปรณ์ไฟฟ้าทั่วไปที่ใช้ในครัวเรือน จนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อนผมเป็นหุ้นส่วนใหญ่ เลยยกให้เป็นเจ้าของบริษัท แต่เขาชอบการค้าขายมากกว่า เลยมักยืนเตร่อยู่หน้าร้านดูแลลูกค้าที่มาเลือกซื้อสินค้าในร้าน
 
 
 
ส่วนตัวผมน่ะเหรอ ...เป็นผู้จัดการ(หัวหน้า)แผนกซ่อมบำรุงครับ
 
 
 
ห้องทำงานกระจกบนพื้นที่ชั้น 2 เกือบทั้งหมดเป็นพื้นที่ทำงานของผมและลูกน้องอีก 5 คน พวกเรางานยุ่งทั้งวัน กับข้าวของที่รับมาซ่อม บางวันก็ต้องผลัดกันออกไปซ่อมเครื่องไฟฟ้านอกสถานที่ ไม่ก็วางระบบไฟฟ้าในบ้านเรือน หรืออาคารห้างร้านต่างๆ ผมว่าเป็นงานที่สนุกดี ได้ใช้ความรู้ที่เรียนจบมาด้วย ...แต่มันก็ยังไม่ใช่งานที่ผมรู้สึกว่าอยากทำตลอดไปหรอกนะ ถ้ามีโอกาสผมยังอยากลองทำงานในสายอาชีพอื่นบ้างเหมือนกัน...ไม่แน่ว่าอาจจะชอบมากกว่างานในสายอาชีพตัวเองก็ได้
 
 
 
 
"เฮ้ยไอ้โอห์ม งานเลี้ยงรุ่นคืนนี้ มึงจะไปด้วยกันป่าววะ?" ไอ้จุ๋ย เจ้าของร้านเลื่อนบานกระจกตรงเคาน์เตอร์ ยื่นหน้าอ้วนกลมเข้ามาถาม
 
ก็ใช่ว่าไม่อยากไปเจอเพื่อนๆเหรอกนะ ...แต่ "คืนนี้กูต้องอยู่บ้านเลี้ยงน้องว่ะ"
 
"มึงก็ทำตัวเป็นพ่อบ้านไปได้ งานรุ่นไม่ได้จัดกันบ่อยๆนะเว้ย ให้พี่มาลีมาดูน้องมึงเด้"
 
"วันนี้วันหยุดของพี่มาลี แล้วน้องๆกูก็กำลังจะสอบพรุ่งนี้ เดี๋ยวเย็นนี้ต้องกลับไปติวหนังสือให้เนี่ย"
 
"คุณพี่แสนดีจริงนะมึง ปีที่แล้วก็ติดไปงานกีฬาสีน้อง ปีก่อนก็ติดไปดูน้องประกวดร้องเพลง ปีนู้นก็ติดไปเฝ้าน้องเข้าเฝือกที่โรงพยาบาล แล้วเมื่อไหร่มึงจะได้ไปพบปะเพื่อนฝูง แล้วก็มีแฟนกับเขาสักทีล่ะวะ ดูดิ๊หล่อๆอย่างกูยังมีแฟนมาแล้วสามคนเลย..." 
 
 
 
...หล่อๆอย่างมึง? คำพูดนี้หลุดจากปากเพื่อนสนิทคนนี้ทำเอาผมต้องคิดหนักเลยทีเดียว
 
 
 
ผมละสายตาจากบัตรเชิญงานเลี้ยงรุ่นหันไปมองไอ้ขี้โม้ข้างหน้าเคาน์เตอร์ เอาจริงๆนะผมว่าผู้หญิงที่มาชอบไอ้จุ๋ยเนี่ย คงต้องเป็นคนที่ขาดความอบอุ่นมากๆแหงๆ ผมหมายถึง ขี้หนาวชอบกอดน่ะครับ เจ้านี่น่ะเหมือนหมีขาวกอดนุ่มไปทั้งตัว เดินชนตรงไหนก็ไม่เจ็บครับ และก็ถึงหน้าตามันจะดูเป็นอาตี๋ แต่มันเป็นคนปากหวาน เอาใจสาวๆเก่ง บางครั้งที่บริษัทเรามีออร์เดอร์ยากๆเข้ามา ถ้ามันรู้ว่าลูกค้าเป็นสาวสวย ต่อให้ยากแค่ไหนก็ไม่เคยปฏิเสธ บางครั้งผมก็แอบเซ็งมันเหมือนกัน
 
 
 
"ขี้โม้จริงๆนะมึง"
 
"อ้าวๆ แล้วมึงหาได้สักคนยังล่ะ"
 
 
 
แต่ผมยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อก็มีโทรศัพท์จากพนักงานชั้นล่าง เรียกตัวพวกเราลงไปดูเหตุการณ์ข้างล่าง 
 
 
 
หญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์หน้าร้านกับกล่องสี่เหลี่ยมสีน้ำตาลใบใหญ่ เธอสวมชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้น ดูจากหน้าตาแล้วอายุน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับพวกเราไม่ก็คงแก่กว่า แต่เมื่อดูสีหน้ากับผมยุ่งๆที่รวบไว้หลวมๆแล้วถ้าไม่เพิ่งตื่นก็คงลืมสระผมล่ะมั้ง 
 
"เฮียจุ๋ย คุณโอห์มคะ หนูพยายามพูดกับลูกค้าคนนี้แล้ว ว่าร้านเราไม่มีอะไหล่ แต่เธอยังยืนยันจะให้ร้านเรารับของไปซ่อมให้ได้น่ะค่ะ" พนักงานต้อนรับวิ่งรี่เข้ามาทันทีที่เห็นพวกเรา
 
"เครื่องชงกาแฟ เสียพร้อมกันทั้ง 2 เครื่องเลยเหรอครับ" ผมหยิบของในกล่องออกมาดู "รุ่นเก่ามากเลยนะครับ น่าจะไม่ต่ำกว่าสิบปี"
 
"เครื่องสีแดงเป็นรุ่นเก่าค่ะ แต่ใช้งานดีมาตลอด ไม่รู้ทำไมอยู่ๆน้ำก็ไม่ค่อยไหล เหมือนไม่มีแรงดัน ใช้ไปนานๆแล้วเครื่องจะร้อนมาก ส่วนอีกเครื่องสีขาวเพิ่งซื้อได้ไม่นาน แต่น้ำไหลไม่หยุดเลยค่ะ ไม่รู้จะทำยังไงค่ะ ช่วยดูให้หน่อยนะคะ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน
 
"เท่าที่ฟังอาการเครื่องสีแดงน่าจะเป็นที่ปั้มเสียนะครับ ตอนนี้อะไหล่ไม่มีที่ร้าน ส่วนเครื่องสีขาวคงเป็นที่ระบบการทำงานผมต้องลองเช็คดูก่อนน่ะครับ คุณรีบใช้มั้ยครับ?"
 
"รีบค่ะ ขอภายในวันศุกร์นี้ได้มั้ยคะ?"
 
 
 
วันนี้วันจันทร์ มีเวลาแค่ 4 วัน ...น้อยไปหน่อยนะ แค่ติดต่อสั่งซื้ออะไหล่มาส่งก็น่าจะสองสามวัน เครื่องที่ปั้มเสียน่าจะเสร็จทัน แต่อีกเครื่องหนึ่งนี่ไม่แน่ใจเลย 
 
 
 
"จะให้ซ่อมเสร็จภายในวันศุกร์คงไม่ได้หรอกครับเจ้" จุ๋ยอธิบาย "ทางเราต้องติดต่อซื้ออะไหล่ก่อนเร็วสุดก็ประมาณสองสามวัน ถ้าเป็นรุ่นเก่ามากขนาดนี้ไม่แน่ใจว่าจะสั่งได้รึเปล่า ผมแนะนำว่าเจ้น่าจะลองหาร้านอื่นดูมั้ยครับ เผื่ออาจจะซ่อมได้เร็วกว่า"
 
"ก่อนหน้านี้ฉันไปหาหลายร้านแล้วแต่ไม่มีร้านไหนรับเลยค่ะ" ดวงหน้ากลมรูปหัวใจหันมาส่งสายตาอ้อนวอน 
"ขอร้องล่ะค่ะ ช่วยหน่อยนะคะ ฉันจะต้องรีบใช้จริงๆ ไม่อย่างั้นจะเปิดร้านไม่ได้" 
 
 
จุ๋ยกับผมมองหน้ากันอย่างลำบากใจ... ผมรู้ว่ามันไม่อยากรับงานนี้ตั้งแต่แรก ไม่งั้นมันจะไม่เรียกลูกค้าสาวๆว่า "เจ้" เด็ดขาด แต่สำหรับผมถ้ามีเวลามากกว่านี้ก็คงจะรับปากแหละ เอ... เขาบอกว่าจะเปิดร้าน คงจะใช้เครื่องนี่ลองทำก่อนล่ะมั้ง แหงล่ะเครื่องชงกาแฟสมัยนี้ถูกซะที่ไหน ราคาเครื่องละเจ็ดแปดหมื่น ซื้อมอเตอร์ไซค์ขับได้คันหนึ่งเลยนี่นะ 
 
 
 
"ตกลงครับ" ผมรับงานจากลูกค้าทำเอาไอ้จุ๋ยคางตก "ผมจะพยายามซ่อมทำให้ทัน แต่ไม่รับปากว่าจะเสร็จทันวันศุกร์ทั้งสองเครื่องนะครับ"
 
"ได้ค่ะ ใช้ได้เครื่องนึงก่อนก็ได้ค่ะ" ลูกค้าถอนใจอย่างโล่งอก ระบายยิ้มคลี่ออกบนใบหน้า ดวงตาเล็กใต้แว่นตากรอบเหลี่ยมสีส้ม หยีเกือบเป็นเส้นตรง ...น่ารักดี
 
"งั้นรบกวนช่วยกรอกรายละเอียดให้ด้วยนะครับ" ผมยื่นเอกสารการรับฝากซ่อมให้เธอ พอกรอกเสร็จเรียบร้อยก็ยื่นบัตรนัดมารับของส่งให้ แล้วเธอก็เดินออกจากร้านไป
 
"โหยยยย ไอ้โอห์ม มึงผีเข้ารึเปล่าววะ ไปรับงานเจ้คนนั้น แล้วแบบนี้มึงจะซ่อมให้เค้าทันเรอะ" จุ๋ยโวยวายทันทีที่ลูกค้าเดินออกไปพ้นประตู
 
"ก็คนทำงานค้าขายเค้าก็ต้องรีบใช้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอไง ยิ่งหยุดไปหลายวันรายได้ก็เสียไปมาก"
 
"เออๆ เพื่อนกูนี่แมร่งเป็นพ่อพระจริงๆว่ะ" จุ๋ยเดินมาต่อยไหล่ผมเบาๆ "เอ๊ะ หรือว่า อย่าบอกนะว่ามึงชอบแม่สาวคนตะกี้"
 
"มึงก็พูดเพ้อเจ้อไปเรื่อยไอ้จุ๋ย" ผมหันไปทำหน้าเคร่งใส่มัน 
 
"เฮ้อ งั้นมึงคงลืมเรื่องของกูไปแล้วล่ะว่ะ" จุ๋ยทำปากยื่น
 
"ลืมอะไรของมึงวะ พูดให้มันเคลียร์ๆเด้ แล้วมันเกี่ยวกับงานที่เพิ่งรับมาตรงไหนห้ะ!?"
 
"วันอังคาร-พฤหัสนี้ มึงต้องไปคุมงานวางระบบไฟที่รีสอร์ทของเฮียตุ้ยกับกูที่ระยอง"
 
"ห๋า อาทิตย์นี้เหรอวะ???" ผมนึกว่าอาทิตย์หน้า "แล้วทำไมมึงไม่เตือนกู๊"
 
"ก็..... กูไม่อยากทำให้ผู้หญิงคนนั้นเขาลำบากนี่วะ" จุ๋ยเดินเข้ามาตบไหล่ผมแล้วเดินจากไป
 
"ไอ้จุ๋ยยยยย!!!" ผมตะโกนลั่นร้านทำเอาพนักงานและลูกค้าหันมามองเป็นสายตาเดียว
 
 
 
 
 
 
ม่ายยยยยยยยย....แล้วจะทำไงดีละทีนี้ ผมยืนคอตกคร่ำครวญกับตัวเองสิบวิ ก่อนจะกลับไปทำงานต่อ
 
.
 
.
 
.
 
.
 
.
 
 
 
โชคดีของผมที่งานวางระบบไฟฟ้าผ่านไปด้วยดี รีสอร์ทที่ระยองเพิ่งเปิดใหม่ มีบังกะโลเพียงแค่ห้าหลัง งานเสร็จเร็วก่อนเวลาเล็กน้อย เช้าวันพฤหัสผมเลยขอตัวกลับก่อน ปล่อยให้จุ๋ยอยู่คุยกับลุงของเขาต่อ แล้วรีบขับรถกลับไปที่บริษัท พนักงานที่ผมฝากประสานงานติดต่อกับบริษัทอะไหล่เดินมาบอกข่าวร้ายว่าทางโน้นส่งปั้มเครื่องชงกาแฟให้ไม่ได้ภายในอาทิตย์นี้ ช่วยไม่ได้ผมเลยต้องขับรถออกไปหาซื้อเอง เสียเวลาไปอีกครึงวันกับรถติด กับระยะทางไกล กับการต่อรองราคา กว่าจะกลับมาที่บริษัทอีกทีก็ประมาณหนึ่งทุ่ม 
 
 
 
ผมวางอุปกรณ์ลงข้างกล่องใส่เครื่องชงกาแฟ หันไปมองรอบๆห้องทำงานที่ไม่มีลูกน้องทำงานอยู่สักคน รู้สึกวังเวงนิดหน่อย ปรกติทำงานไปคุยกับคนอื่นไปด้วย ติดปัญหาตรงไหนก็ช่วยกันดู ช่วยกันแก้ เห็นแบบนี้แล้วความอ่อนเพลียจากการเดินทางจู่โจมร่างกายโดยฉับพลัน ได้แต่ปลอบตัวเองว่าไม่เป็นไร ยังไงก็ต้องไหว รับงานมาแล้ว รับปากลูกค้าแล้วด้วย ยังไงก็ต้องทำให้ได้ แต่ตอนนี้ผม....
 
 
 
ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก... เสียงเคาะกระจกห้องทำงาน พอหันไปมองก็เห็นเจ้าเพื่อนซี้ยืนควงแขนอยู่กับแฟนสาว คงกำลังจะไปพาไปกินข้าวเหมือนทุกวันล่ะมั้ง
 
 
 
"เฮ้ย ยังอยู่อีกเหรอวะ" จุ๋ยเลื่อนบานกระจกเปิดออก
 
"อือ กูเพิ่งซื้ออะไหล่กลับมาเนี่ย"
 
"สู้ๆเว้ยเพื่อน กูอยากอยู่ช่วยนะ แต่พอดีแฟนมาด้วย ...กลับก่อนนะ"
 
"เออๆ ไปเถอะ"
 
 
 
ก่อนที่บานกระจกจะเลื่อนปิดมีของบางอย่างหย่อนลงมาวางที่เคาน์เตอร์ ...เป็นข้าวกล่องกับกาแฟสดหนึ่งแก้ว 
 
...ข้าวกับผัดบลอคโคลี่กุ้ง ของโปรดผมเลย
 
ผมเงยหน้ามองเจ้าจุ๋ย มันชะโงกหน้าออกมาจากประตู พร้อมกับยิ้มและชูนิ้วโป้งให้ ...อย่างน้อยก็มีกำลังใจขึ้นสักหน่อยแล้ว ถึงมันจะมีแฟนแล้วก็ยังเป็นห่วงกันเสมอ ถ้าผมมีแฟนก็คงทำแบบเดียวกันกับมันนี่แหละ
 
 
 
 
เวลาในคืนนั้นผ่านไปไว จนไม่รู้ว่าผมผ่านไปได้ยังไง พอรู้สึกตัวอีกทีท้องฟ้าก็สว่างแล้ว แต่ในห้องทำงานยังไม่มีคนมา เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานหึ่งๆเบาๆ ที่ตัวผมมีคนเอาผ้ามาคลุมไหล่ให้ หลังจากขยี้ตามองดูดีๆแล้วเห็นว่าเป็นผ้าห่ม(เน่า)ของไอ้จุ๋ย ว่าแต่ของที่ซ่อมหายไป...
 
 
 
 
มีคนเอาของไป? ...ไอ้จุ๋ยเอาของไป? ....หรือว่าถึงเวลานัดแล้ว???!!!! 
 
 
 
ผมรีบลงไปชั้นล่างเห็นเพื่อนสนิทกำลังยืนคุยกับเจ้าของเครื่องชงกาแฟพอดี ยกนาฬิกาขึ้นมาดู ...แปดโมงตรงเป๊ะ ตามเวลานัดเลย ผมว่าคราวนี้เธอดูสวยขึ้นนิดหน่อย คงเพราะการแต่งหน้ากับชุดกระโปรงสีสันสดใสที่ใส่มานั่นแหละ
 
 
 
"ต้องขอโทษด้วยนะครับ เราไม่สามารถซ่อมเสร็จทันตามเวลาสักเครื่องเลยครับ บริษัทที่เราสั่งซื้ออะไหล่ก็มาส่งของอาทิตย์นี้ไม่ได้ เมื่อวานคนซ่อมก็เพิ่งกลับมาจากงานที่ต่างจังหวัด เขาวิ่งออกไปหาอะไหล่มาซ่อมให้ทั้งคืน แต่ก็อย่างที่เห็นเนี่ยแหละครับ ยังไม่มีเครื่องไหนซ่อมเสร็จเลย..."
 
 
 
จุ๋ยมันพล่ามอะไรของมันล่ะนั่น??? ...ผมพยายามฟังขณะที่เดินเข้าไปหาทั้งสองคน
 
 
 
"เหรอคะ..." สาวแว่นหน้าเหี่ยวลงทันที "ไม่เป็นไรค่ะ งั้นขอฝากไว้จนกว่าจะซ่อมเสร็จแล้วกันนะคะ"
 
"เดี๋ยวก่อนครับ" ผมตะโกนเรียกก่อนที่เธอจะหันหลังเดินออกจากร้าน
 
"ไม่เป็นไรค่ะ ถ้ายังซ่อมไม่เสร็จฉันรออีกหน่อยก็ได้"
 
"ผมจะบอกว่าต่อจากนี้ใช้ถนอมหน่อยนะครับ ถ้าเสียอีกทีคราวนี้อาจจะไม่มีอะไหล่ให้เปลี่ยนแล้ว"
 
"เอ๊ะ?" ทั้งสองคนหันมามองหน้าผมงงๆ
 
"นี่มึงซ่อมเสร็จแล้วเหรอวะ?"
 
 
 
 
ผมพยักหน้าให้ทั้งสองคน แล้วไอ้จุ๋ยไชโยลั่นร้าน ส่วนลูกค้าก็ยิ้มแก้มปริ
 
 
 
 
"กูนึกแล้วว่ามึงต้องทำด้ายยยยย ไอ้เพื่อนร้ากกกก" ...แล้วที่มึงพูดกับลูกค้าเมื่อกี้นี้มันอะไรวะ?
 
"ขอบคุณมากๆเลยค่ะ เมื่อวันนั้นฉันก็กลับไปคิดอยู่เหมือนกันว่าให้เวลาคุณน้อยไปรึเปล่า แอบทำใจไว้แล้วเหมือนกันค่ะว่าวันนี้อาจจะไม่ได้ของกลับไป ขอบคุณจริงๆค่ะ" ...นี่ก็เหมือนกัน หน้าเหี่ยวเมื่อกี้นี่อะไร? แต่เธอก็ขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำอีก คงจะดีใจมาก ...ชักเขินซะแล้วสิ
 
 
 
หลังจากนั้นผมก็ช่วยขนของไปส่งที่รถลูกค้า แต่เรื่องราวนี้ยังไม่จบ พอผมเดินกลับเข้าไปที่ห้องทำงานสักพัก อยู่ๆจุ๋ยก็เรียกไปหาที่ห้องทำงาน พร้อมกับส่งกระดาษแผ่นเล็กแผ่นหนึ่งคล้ายๆกับใบปลิว พวกแหล่งเงินกู้ ไม่ก็โรงเรียนกวดวิชา ส่งให้ผม
 
"อะไรวะ?"
 
"เมื่อวานกูพาแฟนไปกินข้าวผ่านร้านกาแฟเปิดใหม่แถวนี้ ร้านสวยน่านั่งมากๆ พวกเด็กๆวัยรุ่นกับผู้หญิงคงชอบ เลยเก็บมาให้ เห็นมึงเคยบอกว่าอยากลองทำงานร้านกาแฟไม่ใช่รึ"
 
"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผู้หญิงวะ?"
 
"กูพูดไว้เผื่อๆ มึงจะได้เจอคนหลายๆแบบ มีโอกาสทำงานกับผู้หญิงบ้าง ไม่ใช่กบดานอยู่กับงานช่างอย่างเดียว หมดโอกาสหาแฟนนะเว้ย"
 
"กูอยากลองงานใหม่ ไม่ได้อยากจะหาแฟนโว้ย" 
 
"ก็นั่นแหละ" จุ๋ยดันหลังผมไปที่ประตู "วันนี้แกไปพักเถอะ ทำงานโต้รุ่งงี้เสียสุขภาพหมด"
 
"เออๆ ขอบใจนะ"
 
 
 
 
ผมขับมอเตอร์ไซค์ออกจากบริษัทตรงเข้าบ้าน อาบน้ำ นอนพัก และออกจากบ้านอีกครั้งตอนสายๆ ไปตามหาร้านกาแฟตามใบปลิว เมื่อตอนเรียนจบมหาวิทยาลัยใหม่ๆ พ่อผมอยากจะให้มาสืบทอดกิจการโรงแรม แต่ผมอยากลองทำกิจการเล็กๆอย่างร้านกาแฟมากกว่า ถึงตอนนี้ยังไม่อยากลงทุนเอง ขอแค่ลองไปสัมผัสบรรยากาศการทำงานก่อนว่าชอบหรือไม่แล้วค่อยตัดสินใจอีกที นี่ก็เป็นโอกาสดีถ้าไม่รีบคว้าไว้ก็ไม่รู้จะมีมาอีกเมื่อไหร่ 
 
 
 
นับว่าจุ๋ยตาแหลม ร้านนี้สวยจริงๆอย่างเขาว่า อย่างแรกที่ประทับใจผมเลยคงเป็นสวนหน้าร้านที่บรรยากาศร่มรื่น มีกลิ่นหอมของดอกไม้หลากชนิด ที่เด่นที่สุดคงจะมาจากประตูซุ้มดอกแก้วนี่ล่ะนะ ตัวร้านดูจากภายนอกเป็นบ้านไม้ทรงโบราณ มีสองชั้น ดูอบอุ่น น่าสบาย เห็นแบบนี้แล้วก็ทำให้อยากลองเปิดเข้าไปดูข้างในเสียแล้ว
 
 
 
ดูจากการตกแต่งนอกร้านเจ้าของร้านกาแฟนี่คงต้องเป็นผู้หญิงแหงๆ...จะเป็นคนยังไงนะ? เป็นคนชอบทำขนม? ...เดี๋ยวนี้พวกดารา ไม่ก็ผู้หญิงน่ารักๆหันมาเรียนทำขนมกันเยอะแยะ น้องสาวผมก็เป็นหนึ่งในนั้น หรือเป็นคนชอบกินชากาแฟ? แต่ใครจะรู้ทันทีที่เปิดประตูไม้สีขาวของร้าน ผมก็ได้พบกับ...
 
 
 
 
"สวัสดีครับ ผมมาสมัครงานครับไม่ทราบว่าเจ้าของร้านอยู่รึเปล่าครับ? ....เอ๊ะ!!!???" 
 
"เอ๊ะ คุณคนเมื่อเช้า!!!???"
 
 
 
 
 
 
ได้พบกับการพบกันอีกครั้งกับใครคนหนึ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อน
 
.
 
.
 
.
 
.
 
.
 
 
 
 
[TBC]
 
 
 
สรุป.
 
- อี้เอาเครื่องทำกาแฟ 2 เครื่องมาซ่อม ที่บริษัทของโอห์มกับจุ๋ย(เพื่อนของโอห์ม)
 
- จุ๋ยไม่อยากรับงานเพราะเวลาน้อย และมีงานวางระบบไฟฟ้าที่ต่างจังหวัดกับโอห์ม
 
- แต่โอห์มรับงานมาทำเพราะเห็นใจอี้ และลืมไปว่ามีงานที่ต่างจังหวัด
 
- โชคดีที่งานเสร็จเร็ว โอห์มรีบบึ่งรถกลับมาซ่อมเครื่องชงกาแฟ แต่อะไหล่ที่สั่งซื้อไว้ไม่มาส่งเลยต้องออกไปซื้อเอง
 
- กว่าจะได้อะไหล่กลับมาถึงบริษัทตอนค่ำ รู้สึกเหนื่อยล้าจากการเดินทาง และรู้สึกท้อที่ต้องทำงานคนเดียวกลัวงานเสร็จไม่ทัน แต่ยังคงปลอบใจตัวเองได้
 
- จุ๋ยแวะมาให้กำลังใจก่อนกลับบ้าน
 
- ทำงานโต้รุ่งจนเสร็จทันเวลา อี้มารับของไป ทุกคนแฮปปี้
 
- จุ๋ยเอาใบปลิวร้านกาแฟเปิดใหม่มาให้โอห์ม เพราะเพื่อนอยากลองทำงานร้านกาแฟ
 
- โอห์มได้หยุดพักหนึ่งวัน รีบกลับบ้าน พักผ่อน และออกมาสมัครงาน
 
- และได้เจออี้อีกครั้ง(?)
 
 
 
 
Talks.
 
จริงๆแล้ว First Time เนี่ยคิดไว้หลายแบบนะ แต่เพิ่งได้ลงมือเขียนเอาเวลาเฉียดฉิว //ปาดเหงื่อ
เอนทรีหน้าจะเริ่มไปทักทายทุกคนแล้วค่ะ 
ฝากตัวลูกชายด้วยนะคะ Surprised
 
 
ปล. ให้หม่ามี้เจ้อี้เช็คคาร์แล้วค่ะ ถ้ายังมีให้แก้เพิ่มตรงไหนบอกได้เลยน้า Money mouth
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

จุ๋ยคะ... จุ๋ยรักเพื่อนนะ แต่ไปเรียกเจ๊อี้ว่าเจ้แบบนั้นนี่ หักคะแนนความน่ารักลงนะ 5555

โอห์มคะ น่ารักไปปะเนี่ยยยยยยย นึกว่านิยายแจ่มใส อี้ดูหวาน น่าทะนุถนอมมาก จนพรขนลุกเลยค่ะ

แหม คุณเธอเอ๋ย ทำตัวดี ๆ แบบนี้ให้ได้ตลอดสิ ไม่นั้นก็จงสถิตย์อยู่บนคานไปเรื่อย ๆ อย่างหาทางลงไม่ได้ 5555

แต่ดูท่าความอ่อนหวานของเจ๊อี้คงอยู่ได้อีกไม่นานแหละค่ะ เคร้ เคร้ เคร้ // โอห์มเหงื่อตก

#7 By Fern-CS#4 on 2014-07-03 02:33

พี่โอห์มหล่อมวากกกกกกกก นิสัยดีแต้ เป็นพ่อพระสไตล์แบบที่เฮียจุ๋ยค่อนขอดเปี๊ยบบบ
แต่เฮียจุ๋ยนี่เลือกสถานที่ให้เพื่อนได้ลงจากคานได้แหล่มแท้เชียว คาเฟ่นี้อุดมไปด้วยสตรีหน้าตาดีมากมายเชียวนะเอออ #รูทนี้ก็น่าเชียร์อีกแล้วฮรืออ #เจ้อี้เหมือนนางเอกเเจ่มใสจริงๆด้วยฮ่ะ... #หากนางยังรักษาภาพได้ตลอดรอดฝั่งน่ะน้าาา open-mounthed smile open-mounthed smile

#6 By S-SMILE on 2014-06-25 09:52

คุณโอห์มมมมมม /โฮกกกกกกก
ทำไมเท่ขนาดนี้ ใจดีด้วย ><
เห็นทีจะต้องมีสาวปลื้มเยอะมากแน่ๆเลยค่ะ 555

รอติดตามต่อนะคะconfused smile

#5 By Northstream on 2014-06-18 02:34

ตายละ... น้องโอห์มเลือกเปิดรูทกับเจ๊อี้หรือนี่...

แล้วพี่เอาผมไปไว้ไหนล่ะคร้าบบบบบ //กล้าวอยส์ดังมาไกลๆ

//โดนตรบ

เราก็รู้สึกเหมือนอีกสองคนว่าโอห์มดูแมนกว่าในโปรไฟล์เยอะเลยอ้ะ ไหนอ้ะความโมเอ้ มุ้งมิ้งนั่น นี่มันผู้ชายอบอุ่น แฟมิลี่แมนช่างชวนให้ผปค.อยากงาบเสียนี่กระไร!!!

คุณหมีขาวช่างเป็นเพื่อนที่น่ารัก พยายามหาคู่ให้โอห์มด้วย โถวๆๆๆๆๆๆๆๆ

อยากจะพิมพ์ว่ารอดูความคืบหน้ารูทเจ๊อี้เหมือนความเห็นบน แต่เปลี่ยนใจเป็นจะหาทางส่งน้องกล้าไปจู่โจมเร็วๆนี้ดีกว่าค่ะ ^^

#4 By Ametist on 2014-06-01 15:37

เห็นด้วยกับคุณอัยย์

น้องโอห์มดูหล่อมาก เท่มากครับ ภาพลักษณ์หนุ่มน้อยน่ารักเป็นเพียงแค่ภาพภายนอกสินะ?
คือตัวจริงก็น่ารัก แต่ไมีได้น่ารักแบบมุมิฮุฮิ แต่เป็นความมีน้ำใจที่ทำให้ดูเท่ขึ้นอีกหลายหน่วยๆ

รอดูความคืบหน้ากับเจ้อี้นะครับ double wink

#3 By aki on 2014-06-01 12:49

@alyssa-cubic อ่อ มันขึ้นอยู่กับคาร์ที่เล่นด้วยอ่ะ ถ้าเจอคนที่อายุน้อยกว่าโอห์มจะผ่อนคลายกว่านี้ แต่ปกติเวลาเจอกันครั้งแรกมันก็ต้องรักษามาดไว้ก่อนน้า ส่วนมาดงุงินั่น...มีทีหลังค่ะ double wink  
ดูจากดีบีเจ้อี้แล้วหน้านางดูอ่อนกว่าวัยโอห์มเลยไม่รู้ว่าแก่กว่า แต่หลังจากสัมภาษณ์แล้วโอห์มคงจะเปลี่ยนไปจากนี้ค่ะ 5555+
...ปาก้านี่ใครชอบอ่ะ อัยย์เหรอออออ embarrassed

#2 By Adeya on 2014-06-01 08:34

โหยยยยย นี่มันอะไรเนี่ย อะรายยยยยย นิยายรักแจ่มใสหราาาาาาาาา

ป๊าดดดดด คุณโอห์มคะ คุณหล่อมากกกกกกกกก ไอ้มาดมุมิงุงิในโปรไฟล์หายไปไหนคะ ทำไมหล่อมากก โอ๊ยตาย หมั่นไส้เจีอี้เบาๆ

พรหมลิขิตเจ้าของร้านจะได้ลงจากคานรึเปล่า สอยเด็กมั้ยคุ้ณณ สอยเด็กกันดีกว่าา ส่วนสูงกับอายุมันเป็นแค่ปัจจัยภายนอกกกกก (ก็หวังว่านางจะรักษาภาพลักษณ์เฉกเช่นนางเอกแจ่มใสได้เรื่อยๆ นะอย่าให้อินเนอร์นางออก ขอเตือน sad smile)

พี่หวาน ไม่เหมือนที่คิดไว้ตอนอ่านโปรไฟล์เลยอะ นึกว่าจะแหววๆ จะมีงุงิทีหลังปะคะ หรือว่าอะไร ๕๕๕

ปล. รอเล่นด้วยกันนะ เราจะเอาซินนาม่อนโรล ปาก้า และริลาคุมะมาตั้งเป็นแก๊งค์กัน open-mounthed smile open-mounthed smile

#1 By *Alyssa* on 2014-06-01 05:36