[HW404] ชวนเพื่อนปลูกถั่วเขียว
posted on 27 Jul 2009 13:51 by adeya in Homeworkเอนทรีก่อนหน้า : [HW404-PRE] เด็กหญิง กับ ตะบองเพชร
[1]
เป็นเวลาเกือบหนึ่งอาทิตย์แล้วที่ฉันไปไหนมาไหนกับถุงผ้าใบจิ๋วในกระเป๋ากระโปรง อย่าเพิ่งตกใจกันไปนะ ในนี้ไม่ได้บรรจุลูกระเบิดไว้ขว้างใส่ใครหรอก แต่คงไม่มีใครทายถูกหรอกว่าข้างในนี้ใส่อะไรไว้...?
คำตอบคือ ถุงใส่ถั่วเขียว
ทีนี้แปลกใจกันแล้วล่ะสิว่าทำไมฉันต้องพกถุงถั่วมาโรงเรียนทุกวัน... ความจริงมันเป็นการบ้านที่โรงเรียนของฉัน พวกคุณครูให้พวกเราชวนเพื่อนในห้องมาปลูกถั่วเขียวด้วยกัน แต่ปัญหาคือฉัน "ไม่ชอบปลูกต้นไม้" นี่สิ เพราะเรื่องในอดีตยังคงฝังใจ...
ก็... ต้นไม้ต้นแรกที่ฉันปลูก...
มันตายภายใน 3 วันนี่นา...
ฉันเลยไม่รู้จะทำการบ้านชิ้นนี้อย่างไรดี ทีแรกจะหันไปชวนคู่หูทวินเทลล์ แต่ดูท่าทางเธอคงไม่ชอบปลูกต้นไม้ล่ะมั้ง ขนาดเวรจัดดอกไม้ยังดูไม่ค่อยสนใจเลย คงต้องหาคนอื่นมาช่วยเสียแล้ว... แต่ว่าใครดีล่ะ? มีใครบ้างนะที่ชอบปลูกต้นไม้? มันคงแปลกนะถ้าอยู่ๆฉันเดินเข้าไปถามเพื่อนๆแบบนั้นแล้วบอกพวกว่าตัวเองไม่ชอบปลูกต้นไม้เลยมาชวนไปปลูกถั่วเขียวด้วยกัน ยิ่งเป็นเพื่อนที่ยังไม่สนิทกันเค้าจะคิดว่าฉันจะเอาเปรียบเค้ามั้ยนะ?
เฮ้อ...! ขืนมัวแต่คิดอยู่แบบนี้ เมื่อไหร่จะได้เริ่มปลูกถั่วกันล่ะเนี่ย
.
.
.
[2]
ช่วงหลังพักเที่ยงฉันก็ไปเดินเล่นแก้กลุ้มอยู่แถวๆสวนพฤกษา เหลือบไปเห็นปีใหม่กำลังยืนดูอะไรอยู่ข้างๆพุ่มไม้โดยบังเอิญ เลยวิ่งเข้าไปทักทาย
"ชิน ทำอะไรอยู่เหรอจ๊ะ"
"กำลังดูว่านี่ใช่ต้นมะเกลือรึเปล่าน่ะขอรับ" ปีใหม่ชี้นิ้วไปที่พุ่มไม้ที่มีผลลูกกลมๆสีเขียวๆซ่อนอยู่ พลางเปรียบเทียบกับข้อมูลในสมุดบันทึกในมือ "มันเป็นสมุนไพรพื้นบ้านชนิดหนึ่งน่ะ"

ที่มาของภาพ : วังตะไคร้ ดอท คอม
"ชินรู้เรื่องสมุนไพรด้วยเหรอเก่งจัง"
"ก็ไม่ได้เก่งอะไรหรอกขอรับ คุณยายข้าน้อยสอนมาน่ะขอรับ" ชินยิ้ม "รู้รึเปล่าขอรับน้ำตาล ผักที่เราเอามาทำกับข้าวบางอย่างก็เป็นสมุนไพรนะ"
"เหรอจ๊ะ แล้วมีอะไรมั่งล่ะ" ฉันหันหน้าไปฟังเธอเล่าด้วยความสนใจ (เผื่อจะได้ไปเล่าให้ที่บ้านฟัง)
"อย่างเช่น... สมุนไพรที่เอามาทำยาขับลมก็มี ขิงแก่ ข่า ตะไคร้ ส่วนยาแก้ท้องเสียก็มี มะตูม กระชาย หรือลูกมะเกลือนี่แหละขอรับ นอกจากนี้ยังมีสมุนไพรที่เป็นยาระบาย ยาถ่ายพยาธิ ยารักษาโรคผิวหนัง บลาๆๆ โอย... มากมายเลยขอรับ ถ้าอยากรู้แบบเจาะลึกจริงไว้ ข้าน้อยจะสอนให้นะขอรับ"
ท่าทางปีใหม่สนใจเรื่องสมุนไพรเอามากๆเลย... แต่เค้าจะชอบปลูกต้นไม้มั้ยนะ?
"แหม รู้ละเอียดจังเลย แบบนี้ชินคงชอบปลูกต้นไม้ด้วยล่ะสิ"
"ก็ไม่ได้ชอบหรอกนะขอรับ ออกจะเฉยๆซะมากกว่า มีอะไรหรอขอรับ?"
"คือว่า... น้ำตาลไม่ค่อยรู้เรื่องต้นไม้น่ะจ้ะ เห็นชินสนใจเรื่องต้นไม้เลยคิดว่าคงจะชอบปลูกต้นไม้ด้วย"
"อ่อ หึๆ จะคิดงั้นมันก็ไม่แปลกขอรับ" ปีใหม่ยิ้มร่า
"แล้วก็... น้ำตาลอยากชวนชินมาปลูกถั่วเขียวด้วยกันได้รึเปล่าจ๊ะ?"
"ยินดีเลยจ้า" ปีใหม่ยิ้มร่า "ข้าน้อยกำลังหาคนปลูกถั่วด้วยอยู่พอดี"
"แต่ว่าน้ำตาลไม่ค่อยถนัดเรื่องปลูกต้นไม้อ่ะ ยังไงชินช่วยแนะนำด้วยนะจ๊ะ"
"ได้เลยขอรับ ส.บ.ม.ที่สุด ปลูกถั่วเขียวมันของง่ายๆ"
ได้ยินแบบนี้ค่อยสบายใจหน่อย... แต่มีปัญหาอีกเรื่องนึงอ่ะ.
"แล้วก็มีอีกเรื่องนึง คือว่า... ชินว่างมาปลูกถั่วที่บ้านน้ำตาลมั้ยจ๊ะ?"
"อ้าว ทำไมล่ะขอรับ? โรงเรียนเราก็มีแปลงเกษตรให้ปลูกนี่ขอรับ"
"เอ่อ... น้ำตาลไม่ค่อยอยากปลูกที่โรงเรียนนี่"
ความจริงฉันไม่อยากให้ใครเห็นผลงานของฉัน... ถ้าเกิดมันออกมาไม่ดี... ถั่วเฉาน้ำตายอีก เพื่อนๆจะล้อมั้ยนะ
"อย่างงั้นไปปลูกบ้านน้ำตาลก็ได้ขอรับ จะเอาวันไหนก็บอกมาได้เลยขอรับ"
"วันอาทิตย์นี้ดีมั้ยจ๊ะ"
"ได้ขอรับ งั้นระหว่างนั้นน้ำตาลเตรียมเพาะถั่วไว้เลยนะขอรับ เดี๋ยวเราก็จะเพาะส่วนของตัวเองด้วย"
"ตกลงจ้า!!! ดีใจจังในที่สุดก็ได้ปลูกถั่วเขียวซะที" ฉันคว้ามือชินมาแกว่งไปด้วยความดีใจ
"เช่นกันขอรับ"
"ว่าแต่... เพาะถั่วนี่ทำยังไงเหรอจ๊ะ"
.
.
.
[3]
หลังจากนั้นแผล็บเดียววันเวลาก็ผ่านไปจนถึงวันเวลาที่ฉันรอคอย บ่ายวันอาทิตย์นี้ ฉันกับปีใหม่มีนัดกันมาปลูกถั่วเขียวที่บ้าน... ที่จริงก็มีกังวลอยู่นิดหน่อยว่าปีใหม่จะเข้ากับคนที่บ้านได้ไหม กับพี่โน้ต (พี่สาว) คงไม่มีปัญหาหรอกมั้ง เพราะพี่เป็นคนพูดคุยด้วยง่าย ยิ่งเป็นเด็กผู้หญิงยิ่งเข้าหาง่าย แต่พี่เราชอบเด็กผู้หญิงน่ารักๆ ตัวเล็กๆ ถึงปีใหม่จะไม่ใช่แบบนั้นก็คงไม่เป็นไร คุณแม่ก็ชอบคนที่เรียบร้อยมีระเบียบ แล้วก็มีมารยาท เพราะคุณแม่เป็นคนเข้มงวดมาก ตรงนี้ก็คุยกับปีใหม่เรียบร้อยแล้ว เธอบอกว่าไม่มีปัญหา สุดท้ายคนที่ฉันเป็นห่วงมากที่สุดคือ คุณยาย
คุณยายปรกติใบหน้าจะดูนิ่งๆ ดุๆ น่ากลัว (แม้แต่คุณแม่ยังเกรงใจเลย) แต่จริงๆแล้วไม่มีอะไร คุณยายจะไม่ค่อยพูดมาก นอกจากมีเรื่องอะไรอยากจะคุยด้วยจริงๆ แม้แต่ตอนที่สอนให้ฉันทำกับข้าวยังคอยดูเป็นส่วนใหญ่ ทุกคนเลยค่อนข้างเกรงๆเวลาอยู่ด้วย และมักเอาคำพูดคุณยายเป็นคำตัดสินขาดเวลาใครมีปัญหาอะไร ทุกวันนี้ฉันก็ยังไม่รู้ว่าชอบคนแบบไหน แต่เวลาที่อยู่กับท่านต้องพูดมีหางเสียงชัดเจน นั่งพับเพียบตลอดเวลา ไม่รู้ว่าปีใหม่เจอคุณยายแล้วจะเป็นยังไงนะ
"น้ำตาลเป็นอะไรจ๊ะ? นั่งเหม่อเชียว" คุณแม่ถามขณะที่เรากำลังนั่งทำงานฝีมือกันที่ห้องนั่งเล่น "เครียดเรื่องอะไรอยู่รึเปล่าลูก?"
"วันนี้น้ำตาลชวนเพื่อนมาปลูกต้นไม้ที่บ้านค่ะ"
"อ๋อ ถั่วเขียวที่เพาะไว้ใช่มั้ยจ๊ะ"
"ค่ะ เค้าบอกว่าจะมาตอนบ่ายๆค่ะ"
"แล้วเพื่อนน้ำตาลเป็นคนแบบไหนจ๊ะ ชอบปลูกต้นไม้เหรอลูก"
"หนูก็ไม่แน่ใจค่ะ แต่เห็นเค้าสนใจเรื่องสมุนไพร น่าจะปลูกต้นไม้เก่ง เลยชวนมาปลูกถั่วเขียวด้วยกัน"
คุณแม่พยักหน้ายิ้มๆ แล้วก็หันกลับไปถักนิตติ้งต่อ ส่วนฉันก็หันกลับไปสอยชายกระโปรงให้พี่สาวต่อไป บรรยากาศในห้องเงียบสงบไปได้พักใหญ่ ก่อนที่พี่โน้ตจะวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้อง พลางโวยวายลั่น
"คุณแม่คะ เพื่อนน้ำตาลมาแล้วค่ะ ตอนนี้อยู่หน้าบ้าน"
"แหม พี่โน้ตวิ่งหน้าตื่นมาเชียว เพื่อนน้ำตาลไม่ใช่ผีซะหน่อย"
"นั่นสิลูก ผู้หญิงเค้าไม่โวยวายเสียงดังนะจ๊ะ"
"ไม่ให้ตกใจได้ไง เธอนึกยังไงชวนเพื่อนผู้ชายมาบ้านเราน่ะ"
"เอ๋!!!!!!!!!!!!!!!!!!" ฉันอุทานด้วยความตกใจกับคำพูดของพี่โน้ต จนคิ้วแทบลอยออกไปนอกหน้าผาก ส่วนคุณแม่ทำไม้นิตติ้งหล่นลงกับพื้น "แต่น้ำตาลจำได้ว่าไม่ได้ชวนเพื่อนผู้ชายมานี่นา..."
"ถ้าเธอไม่เชื่อก็ออกไปดูสิ"
"งั้นน้ำตาลขอตัวไปดูก่อนนะคะ"
ฉันรีบลุกออกจากห้องนั่งเล่นเดินไปดูที่หน้าประตูรั้ว ในใจก็พยายามนึกว่าตัวเองได้ละเมอไปชวนเพื่อนชายคนไหนในห้องมาบ้านรึเปล่า นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก... ผู้ชายห้องเราก็มีแค่ 7 คน แต่ก็ไม่ได้นัดใครมาบ้านนี่นา
พอเดินมาถึงประตูรั้ว ใบหน้าของเพื่อนชายปริศนาที่ทำให้พี่สาวตื่นเต้นไปใหญ่โตก็ปรากฎต่อสายตาฉัน ร่างสูงปราดเปรียวในชุดเสื้อยืดกางเกงขายาวกับรองเท้าผ้าใบ ใบหน้าเรียวยาวใต้หมวกกลมๆมีผมปรกลงมาคลอเคลียใบหน้า แล้วยังเก็บผมยาวสวยด้านหลังขึ้นไปอีก ดูเผินๆก็ไม่แตกต่างอะไรกับเด็กผู้ชาย แต่เค้าคนนี้ เป็นผู้หญิงแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ค่ะ
"ดีจ้า มารายงานตัวแล้วขอรับ" ปีใหม่โบกมือกว้าง ยิ้มทักทายอย่างร่าเริง
"โธ่ ชินน่ะเอง" ฉันอุทาน
"เอ๋ ไหงน้ำตาลพูดอย่างั้นล่ะ หรือว่าลืมไปแล้วว่าเรามีนัดกันวันนี้"
"เปล่าๆ ไม่มีอะไร...คือ" ก่อนที่ฉันจะได้อธิบายให้เพื่อนฟัง ก็ถูกขัดจังหวะเสียก่อน
"ใช่เพื่อนคนที่นัดรึเปล่าน้ำตาล?" พี่โน้ตเดินตามมาดู
"ใช่ค่ะ นี่เพื่อนน้ำตาล ชื่อ ชิน ค่ะ" ฉันหันไปแนะนำชินให้พี่รู้จัก "ชิน นี่พี่โน้ตจ๊ะ"
"สวัสดีขอรับ พี่โน้ต"
ปีใหม่ยกมือสวัสดี แต่พี่โน้ตกลับยืนกอดอกนิ่ง พลางใช้สายตามองอย่างเขม่นๆ... เริ่มแล้วสิ หรือว่าพี่เราจะไม่ถูกใจเพื่อนคนนี้ แต่ดูเหมือนปีใหม่จะไม่รู้สึกอะไรกับท่าทางของพี่โน้ต เธอก็ยังยิ้มแย้ม ร่าเริงเหมือนปรกติ
"งั้นน้ำตาลขอพาเพื่อนเข้าบ้านก่อนนะคะ จะได้แนะนำให้คุณแม่รู้จัก"
"ชิน เข้ามาสิจ๊ะ" ฉันเปิดประตูรั้วกวักมือให้ปีใหม่เข้ามาแล้วพาเธอเดินเข้าบ้านด้วยกันเงียบๆ ทิ้งให้พี่สาวยืนอยู่หน้าประตูคนเดียว...
เมื่อเดินมาถึงที่ห้องรับแขก คุณแม่นั่งรออยู่ก่อนแล้วพร้อมกับเตรียมขนมกับน้ำหวานสีแดงเย็นฉ่ำไว้ต้อนรับ ชินยกมือไหว้อย่างนอบน้อม (ตามที่ฉันได้บอกเธอไว้ก่อน) เราสองคนนั่งลงบนโซฟายาว ส่วนคุณแม่นั่งบนโซฟาตัวเล็กอีกตัวหนึ่งที่เข้าชุดกัน
"ชิน นี่คุณแม่น้ำตาลจ๊ะ" ฉันแนะนำปีใหม่ให้คุณแม่รู้จัก "คุณแม่คะ นี่ปีใหม่ เพื่อนที่โรงเรียนน้ำตาลค่ะ"
"สวัสดีขอรับคุณแม่" ปีใหม่ยกมือสวัสดีอีกครั้งท่าทางสบายๆไม่มีอาการเกรงแต่อย่างใดกับสายตาของคุณแม่ที่จ้องมองมาตรงๆ ปรกติหน้าตาคุณแม่ก็ดูเข้มงวดอยู่แล้ว ถึงแม้จะไม่เท่าคุณยาย แต่ก็เป็นสายตาที่สามารถสยบเด็กดื้อรั้นได้ด้วยการมองเฉยๆ
"แล้วคุณยายไปไหนล่ะคะ?"
"คุณยายไปงานศพเพื่อนที่ต่างจังหวัดจ้ะ จะกลับมืดๆ"
งั้นก็ไม่ได้เจอคุณยายสินะ... ฉันโล่งอกขึ้นมาทันที เป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว เดี๋ยวปีใหม่จะอึดอัดแย่ จากนั้นคุณแม่พูดคุยอยู่กับพวกเราพักหนึ่งให้ปีใหม่หายเหนื่อยก่อนจะปล่อยให้อยู่กันเอง ฉันเลยเดินพาเธอเดินดูรอบๆบ้านแล้วก็ไปที่สวนหลังบ้านจะได้เริ่มปลูกถั่วเขียวกัน
.
.
.
[4]
เมื่อเปิดประตูหลังบ้านออกไปจะมีระเบียงทางเดินยาวตัดแบ่งสวนหลังบ้านออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งจะเป็นศาลาสำหรับนั่งเล่น โดยมีบ่อน้ำและน้ำพุ ล้อมรอบด้วยต้นไม้หลากสีหลากชนิดแลดูร่มรื่น อีกส่วนหนึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านเรือนไทยชั้นเดียวหลังเล็กๆ เป็นที่พำนักของคุณยาย เพราะท่านไม่ชอบอยู่บ้านสมัยใหม่ แต่ท่านก็จะเดินไปๆมาทั้งสองหลัง คอยดูแลพวกเราอยู่ทุกวัน
ทันใดนั้น เจ้าแมกกี้ สุนัขพันธุ์ชิวาว่าขนสั้นสีดำ-น้ำตาลเข้ม ก็วิ่งรี่ออกมาจากใต้ถุนเรื่อนของคุณยายตรงมาหาฉัน
"แมกกี้!!! มาเล่นอยู่หลังบ้านนี่เอง สงสัยคุณแม่กลัวจะมาเห่าเสียงดังในบ้านเลยจับมาอยู่หลังบ้าน" ฉันก้มลงไปลูบหัวมันกระดิกหางไปมาอย่างดีใจ แล้วหันไปเห่าทักทายปีใหม่ พอเธออุ้มมันขึ้นมาก็โดนมันเลียหน้าเลียตาเสียยกใหญ่
"ฮ่าๆๆ... เจ้าหมาน้อยนี่ซนดีนะขอรับ"
"อื้อ แมกกี้เป็นหมารับแขกน่ะ น้ำตาลไม่เคยเห็นมันไม่ชอบใครเลยนะ" ฉันรับเจ้าแมกกี้คืนจากปีใหม่ "บ้านน้ำตาลทุกคนมีสัตว์เลี้ยงคนละอย่าง แต่ตอนนี้น้ำตาลเป็นคนดูแลทุกตัวแหละ"
"เลี้ยงอะไรมั่งล่ะขอรับ?"
"ก็มีนกเลิฟเบิร์ด ปลาทอง แมว แฮมสเตอร์ ไก่แจ้ แล้วก็เจ้าแมกกี้"
"มีเยอะเหมือนบ้านเราเลย บ้านเราก็เลี้ยงสัตว์หลายอย่างเหมือนกันนะ"
"เหรอ มีอะไรมั่งจ๊ะ เหมือนกันรึเปล่า?"
"มีหมา 7 ตัว แมว 3 นกของน้องเราอีก2 .....แล้วก็จิงโจ้บินอีก2"
"จิงโจ้บินเหรอ น้ำตาลยังไม่เคยเห็นเลยอ่ะ"
"วันหลังมาบ้านเราสิ เดี๋ยวเอาให้ดู"
"จริงๆนะ แต่ไม่รู้น้ำตาลจะได้ไปรึเปล่าสิ ยิ่งคุณแม่ไม่ค่อยให้ไปไหนด้วยสิ" ฉันแอบถอนใจ "เอาล่ะมาปลูกถั่วกันนะ"
การปลูกถั่วง่ายนิดเดียวอย่างที่ปีใหม่บอกจริงๆด้วย อย่างแรกก็เอาถั่วเขียวที่คุณครูให้มาเพาะในกระบอกพลาสติก
คอยรดน้ำให้พอชุ่มๆ ไม่กี่วันต้นอ่อนก็ขึ้น จากนั้นเราก็เอาต้นอ่อนที่เพาะออกมาปลูกลงกระถาง ฉันมุดไปเอาอุปกรณ์ทำสวนออกมาจากใต้ถุนเรือนคุณยาย ส่วนชินก็มาดูเลือกกระถางดินเผา ระหว่างนั้นพี่โน้ตก็เดินมาดูพวกเราบ้าง ถึงสีหน้าจะดูเหมือนหงุดหงิดอะไรสักอย่างแต่ก็พูดคุยด้วยปรกติ (มั้ง)
"ปลูกถั่วเขียวง่ายจะตายไม่เห็นโรงเรียนน้ำตาลจะต้องให้ปลูกเป็นคู่เลยนี่" พี่โน้ตยืนกอดอกพิงเสาคุยกับฉัน แต่สายตากลับจ้องไปที่อีกคนหนึ่งที่กำลังตักดินลงกระถาง
"แหม น้ำตาลว่าดีออกจะได้ช่วยกันดูแลแล้วก็จะได้สนิทกับเพื่อนไงคะ เน๊อะชิน"
"ครับ~"
"แล้วจะเอาไปส่งได้เมื่อไหร่ล่ะ แค่ปลูกลงกระถางรอดก็พอใช่ป่ะ"
"อ๋อ เราตกลงกันว่าจะรอให้ถั่วเขียวมีฝักแล้วค่อยเอาไปส่งน่ะค่ะ... คงจะสัก 2-3อาทิตย์ล่ะมั้ง ใช่ป่าวจ๊ะชิน"
"ถูกต้อง คร๊าบ!!! หลังจากนั้นก็จะได้เอาถั่วเขียวมาต้มน้ำตาลอร่อยเหาะไปเลย" ปีใหม่พูดกลั้วหัวเราะ
"ฉันไม่ชอบกินถั่วเขียว" พี่โน้ตสวนกลับ แล้วก็เดินปึงปังจากไป ปีใหม่หัวเราะคิกคักหลังจากพี่โน้ตเดินไปพ้นสายตาพวกเรา ฉันรู้สึกงงๆเล็กน้อยว่าเธอหัวเราะเรื่องอะไร
"บ้านน้ำตาลนี่ดูอบอุ่นจังเลยนะขอรับ"
"อื้อ ถึงคุณแม่กับคุณยายจะเข้มงวดไปบ้าง แต่น้ำตาลก็รักท่านนะ นี่ถ้าคุณพ่อกับพี่ชายอยู่พร้อมหน้าล่ะก็นะจะอบอุ่นกว่านี้อีก"
"อ้าว แล้วคุณพ่อกับพี่ชายไปไหนล่ะขอรับ"
"คุณพ่อเป็นนักวิจัยอาหารสัตว์ ทำงานอยู่ที่เชียงใหม่ ส่วนพี่ชายก็เรียนเป็นสัตวแพทย์อยู่ที่นั่น"
"อ่อ อยู่ต่างที่กันเหมือนครอบครัวเราเลย"
"ครอบครัวชินก็อยู่ต่างจังหวัดเหรอจ๊ะ แล้วตอนนี้ชินอยู่กับใครล่ะ"
"อยู่คนเดียว"
"อ้าว? ทำไมอย่างงั้นล่ะ?" ฉันถามด้วยความตกใจ "มีปัญหากันเหรอ?
"ก็นิดหน่อยขอรับ ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร" ชินยิ้มกว้าง แต่มันกับดูเศร้าๆไปจากเคย แล้วหลบสายตาฉันไปแว่บหนึ่ง ทำให้ฉันคิดได้ว่าถามเรื่องที่ไม่ควรถามไปเสียแล้ว
"ขอโทษนะจ๊ะ ถ้าไม่อยากเล่าก็ไม่เป็นไรนะ..."
บรรยากาศเงียบชวนอึดอัดเข้ามาปกคลุมอยู่ครู่หนึ่ง จนปีใหม่วางมือจากกระถางที่เพิ่งใสดินลงไปเสร็จ เธอหันหน้ามาถามฉันตรงๆ
"เฮ้ย~ น้ำตาลอยากจะฟังเรื่องของข้าน้อยจริงๆรึเปล่าล่ะขอรับ"
ฉันพยักหน้านิ่งๆ อยากรู้เรื่องของชินให้มากกว่านี้ ไม่ใช่เพราะแค่อยากรู้เรื่องส่วนตัวของเธอ แต่อยากทำความเข้าใจสิ่งที่เธอเป็นและดูแลเป็นห่วงเป็นใยในฐานะเพื่อนคนหนึ่งต่างหาก
เราสองคนช่วยกันเก็บอุปกรณ์ทำสวนเข้าที่ ล้างไม้ล้างมือไปนั่งคุยกันที่ศาลาตรงสวนหย่อม จากนั้นปีใหม่ค่อยๆเล่าเรื่องราวของครอบครัวให้ฟัง... เมื่อก่อนนี้เธออยู่พร้อมหน้าครอบครัว มีพี่น้อง 4 คน เธอเป็นลูกสาวคนโต มีน้องชายฝาแฝด 2 คน และน้องสาวคนสุดท้อง แต่เนื่องจากพ่อแม่แยกกันอยู่ เพราะเรื่องน้องชาย (เธอบอกเพียงแค่นั้น) ตอนนี้เธอจึงอาศัยอยู่ที่บ้านเดิมที่ครอบครัวเคยอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าเพียงลำพัง... ฟังแค่นี้ฉันก็รู้สึกเศร้าจนอยากร้องไห้ หากครอบครัวฉันเป็นอย่างปีใหม่ ฉันคงจะไม่รู้ว่าจะอยู่ได้ยังไง เพราะมีมีใครคอยดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดเหมือนตอนนี้ ปีใหม่คงจะเจ็บปวดมากที่อยู่ในสถานที่ที่มีภาพความทรงจำเดิมๆ ประทับอัดแน่นอยู่ ซึ่งในปัจจุบันทุกอย่างได้เปลี่ยนไป โดยไม่สามารถทำให้กลับมาเป็นดังเดิมได้
"แบบนี้ชินก็ลำบากแย่เลยสิ อยู่ตัวคนเดียว"
"ไม่หรอกอยู่คนเดียวมันก็ดีไปอีกอย่าง ทำอะไรตามแต่ใจได้เต็มที... เห็นแบบนี้ฉันก็เรียนรู้อะไรๆมาเยอะนะ ปู่สอนมวยไทยให้ ส่วนยายก็สอนวิชาสมุนไพรแค่นี้ก็เอาตัวรอดได้แล้ว"
"แต่ก็คงเหงาอยู่บ้างใช่มั้ยล่ะ"
"ไม่เหงาเลยขอร๊าบ" ชินยิ้มพร้อมโบกมือปฏิเสธ "วันหยุดน้องๆก็พากันมาเยี่ยมบ้างเป็นบางวัน แล้วไหนจะต้องทำงานพิเศษเลี้ยงตัวเอง ไหนจะต้องไปซ้อมดนตรีอีก แค่นี้ก็ไม่มีเวลามานั่งเหงาแล้วขอรับ น้ำตาลไม่ต้องเห็นห่วงหรอกน้า"
แม้เพื่อนสาวจะปฏิเสธ แต่ฉันก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้ แต่ก็รู้สึกชื่นชมที่ปีใหม่เป็นคนเข้มแข็ง สามารถเลือกที่จะยืนหยัดอยู่ด้วยตัวคนเดียวได้ แถมยังยิ้มสู้ปัญหาทุกอย่างอีก ถ้าฉันคงจะทำแบบเธอไม่ได้ล่ะมั้ง...
"จ้ะ ถ้าชินมีปัญหาอะไรบอกน้ำตาลได้เลยนะ จะช่วยเต็มที่เลย"
"ขอบใจนะ. . ."
"นี่คิดจะนั่งคุยกันจนถั่วมันแตกฝักออกมารึไง!!!" พี่โน้ตตะโกนเรียกพวกเราทางหน้าต่าง "เย็นแล้วเดี๋ยวก็มืดหรอก"
"จริงด้วยสิ ชินอยู่ทานข้าวเย็นที่บ้านน้ำตาลก่อนนะ"
"ไม่เป็นไรขอรับ เดี๋ยวกลับไปทานที่บ้านก็ได้เกรงใจคุณแม่น้ำตาล"
"ไม่ต้องเกรงใจหรอกจ๊ะ น้ำตาลบอกให้คุณแม่เตรียมเผื่อแล้ว ชินจะได้ไม่ต้องไปทำเองที่บ้านยังไงล่ะ"
"โหย คุณแม่น้ำตาลใจดีจังเลยขอรับ งั้นขอรบกวนด้วยละกัน"
[5]
หลังมื้อเย็น ทั้งคุณแม่ พี่โน้ต และฉันก็เดินออกมาส่งปีใหม่ที่ประตูรั้ว
"ขอบใจน้า วันนี้ได้ปลูกถั่วด้วยกันสนุกมากเลย"
"อื้อ พรุ่งนี้เจอกันที่โรงเรียนนะ" ชินโบมือยิ้มกว้าง แล้วหันไปลาคุณแม่กับพี่โน้ต "ข้าน้อยขอลากลับบ้านก่อนนะขอรับ ขอบคุณสำหรับอาหารมื้อเย็น รสชาติเยี่ยมมากเลยขอรับ"
"ไม่เป็นไรลูก ว่างๆก็แวะมาเล่นกับน้ำตาลอีกก็ได้นะจ๊ะ"
"ขอบคุณขอรับ" ปีใหม่ยกมือไหว้คุณแม่ แล้วเดินไปกระซิบอะไรบางอย่างกับพี่โน้ต เจ้าตัวถึงกับเต้นงิ้วผางๆ
"คราวหน้าข้าน้อยจะมารบกวนค้างบ้านท่านพี่ซักคืนนะขอรับ"
.
.
.
[บทส่งท้าย]
ที่ห้องรับแขก
ชินกลับไปแล้ว... แต่ปริศนาบางอย่างยังไม่คลี่คลายฉันรู้สึกอย่างงั้น ก็ท่าทางของพี่โน้ตเปลี่ยนไปน่ะสิ ฉันสังเกตอยู่ตั้งนานแล้ว หญิงสาวผมยาวเหยียดตรง ปล่อยยาวลงมาถึงกลางหลัง นั่งเอนหลังอยู่บนเก้าอี้นอนอ่านนิตยาสารบันเทิง เงียบๆโดยไม่สนใจฉันมาพักหนึ่งแล้ว ดูเหมือนจะงอนโดยที่ฉันไม่รู้สาเหตุ จนกระทั่งคุณแม่เดินเข้ามาในห้อง
"อ้าว นี่สมุดของใครมาวางอยู่ตรงนี้ล่ะ" คุณแม่ชี้ไปที่สมุดบันทึกปกแข็งปริศนาเล่มหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะกระจก
"โน้ตไม่มีสมุดแบบนั้นหรอกค่ะ" พี่โน้ตละสายตาจากนิตยาสารแว่บหนึ่ง แล้วกลับไปอ่านต่อ
"ไม่ใช่ของน้ำตาลหรอกค่ะคุณแม่ ของน้ำตาลจะมีสติ๊กเกอร์ดอกทานตะวันติดที่หน้าปก"
"ถ้าอย่างั้น นี่เป็นของใครล่ะจ๊ะ สงสัยต้องเปิดดูข้างในเผื่อจะเขียนชื่อไว้" คุณแม่เผยอปกสมุดขึ้นดู ก็อุทานออกมาเบาๆ "โอ้โห น่ารักจังเลยแม่หนูคนนั้น!!!"
"ใครคะ แม่หนูคนไหนคะคุณแม่" พี่โน้ตผุดลุกขึ้นมานั่งบนเก้าอี้
"ก็แม่หนูชินเพื่อนน้ำตาลยังไงล่ะจ๊ะ แต่งตัวน่ารักจนแทบจะเป็นคนละคนเลย... มาดูรูปเธอสิจ๊ะ"
"ไหนๆขอโน้ต / น้ำตาลดูหน่อยค่ะ"
ทั้งฉันและพี่ต่างตะลึงกับภาพถ่ายของปีใหม่ในชุดกระโปรงสีสันสดใส ยืนกอดเด็กหญิงตัวเล็กๆ ขนาบข้างด้วยเด็กชายฝาแฝดที่น่าจะอายุใกล้ๆกับเธอ ทุกคนมีรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุขระบายอยู่เต็มใบหน้า
"อ้าว ตกลงเพื่อนน้ำตาลเป็นผู้หญิงหรอกเหรอ"
"แล้วน้ำตาลบอกพี่โน้ตตอนไหนว่าเค้าเป็นผู้ชายล่ะคะ"
"ตอนแรกแม่ก็นึกว่าเป็นเด็กผู้ชาย จะดุเสียหน่อยว่าทำไมไว้ผมยาว แต่พอได้พูดคุยกันแล้วก็คิดว่าน่าจะเป็นเด็กผู้หญิง" คุณแม่ถอนใจโล่งอก "ดีนะที่ไม่ได้ดุเค้า ไม่งั้นคงได้ปล่อยไก่ตัวโตเลย"
"งั้นก็มีโน้ตที่นั่งบ้าอยู่คนเดียวสิคะ"
ฉันกับคุณแม่หันมาสบตากัน แล้วก็หัวเราะกันคิกคัก
"ก็คงงั้นแหละจ้ะ"
.
.
.
[จบ]
[สรุป]
- หลังจากได้รับถั่วเขียวไป 1 สัปดาห์ น้ำตาลยังหาเพื่อนมาปลูกหั่วด้วยกันไม่ได้... ที่ไม่กล้สชวนเพื่อนเพราะไม่ชอบปลูกต้นไม้ และเรื่องอดีตฝังใจ
- น้ำตาลไปเจอชินที่สวนพฤกษา และได้คุยกันเรื่องสมุรไพร จึงคิดว่าชินน่าจะชอบปลูกต้นไม้ เลยชวนมาปลูกถั่วเขียวด้วยกัน
- ชินตอบตกลง... น้ำตาลชวนปีใหม่มาปลูกถั่วที่บ้านในตอนบ่ายวันอาทิตย์ เพราะกลัวถูกเพื่อนล้อ ถ้าถั่วเขียวเน่าตายเหมือนตะบองเพชรในอดีต
- เมื่อถึงเวลานัด ชินมาที่บ้านน้ำตาล... โน้ต (พี่สาวน้ำตาล) รู้สึกไม่ถูกชะตากับชินตั้งแต่แรกเห็นเพราะคิดว่าเป็นเด็กผู้ชาย จึงออกอาการหวงน้องสาวเต็มที่ ชินนึกสนุกเลยแกล้งทำตัวเป็นเด็กผู้ชายเพื่อปั่นหัวโน้ตครั้งแล้วเครั้งเล่า ส่วนคุณแม่น้ำตาลไม่ว่าอะไร อาจเป็นเพราะน้ำตาลได้บอกให้ชินเตรียมรับท่าทีของคนที่บ้านไว้ก่อนแล้ว
- พอปลูกถั่วเขียวเสร็จ ทั้งคู่นั่งคุยกันเรื่องครอบครัวของตัวเอง น้ำตาลรู้สึกสงสารที่ครอบครัวชินมีปัญหาและแยกกันอยู่คนละที่ ขณะเดียวกันก็ชื่นชมที่ชินเป็นคนเข้มแข็ง ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้นก็จะยิ้มรับเสมอ คาด
- หลังจากกินมื้อเย็นที่บ้านน้ำตาลชินก็กลับบ้าน... และปริศนาบางอย่างก็คลี่คลาย...
- ในที่สุดโน้ตก็รู้ว่าชินเป็นผู้หญิง ตอนที่เห็นรูปในสมุดบันทึกที่ชินลืมไว้! (เกิดอาการอึ้งเล็กน้อยถึงปานกลาง)
[คุยกับผปค.]
- ดีใจจังทำการบ้านเสร็จหมดแล้ว
คิดอยู่นานว่าจะให้ลูกสาวปลูกถั่วกับใครดี... ไปถูกใจคาแรคเตอร์นู๋ชิน ที่มีลักษณะการพูดแปลกกว่าคนอื่นเลยเอามาเล่นซะเลย
- ขอบคุณผปค.ชินที่ช่วยแนะนำการเขียนคาแรคเตอร์ของลูกสาว ช่วยข้าพเจ้าได้เยอะเลย
- ที่จริงเค้าก็อยากเขียนให้ลูกสาวปลูกถั่วกับชายหนุ่ม แต่รุ่นสองหนุ่มๆมีน้อยแต้องแบ่งกันใช้เลยไม่รู้จะเลือกใครดี หุหุหุ ....รอดูคู่อื่นกิ๊วก๊าวดีกว่า

แอบขำนิดๆ ข้าน้อยแก้ไปว่า "ชินเก็บผมยาวขึ้นไป" แต่รูปออกมาเป็นมัดผม ฮ่า
ยินดีช่วยเสมอครับ สำหรับทุกคนด้วย
#1 By ไอ้หมาชินยะ on 2009-07-27 19:20