[SS] ลำนำธารารักทางช้างเผือก
posted on 02 Apr 2012 13:43 by adeya in Sidestory
เอนทรีที่เกี่ยวข้อง:
[CS] ประกาศเกรดเทอม 1 ปีการศึกษา 2554 วิชาโลก ดาราศาสตร์และอวกาศ โดย ผปค.ครูเอิร์ธ
[CS] แผนผังหอสังเกตการณ์โรงเรียนลูกบาศก์ โดย ผปค.ครูเอิร์ธ
------------------------------------------------------------------------------------
ผู้เกี่ยวข้องในเหตุการณ์: *ตัวละครยังไม่ได้รับรองจากผปค.นะคะ*
ข้าวฟ่าง เร นายน์ น้ำตาล ครูอีฟ ครูเอิร์ธ ครูสายฟ้า
เบื่อชิบ...ฉันมานั่งทำอะไรตรงนี้(วะ)เนี่ย
กมลพรนั่งหน้าบูดอยู่ที่โต๊ะไม้ตัวใหญ่ ในห้องเล็กๆห้องหนึ่ง ตั้งหนังสือกองเป็นแนวภูเขาตระนาวศรี ยิ่งชวนให้รู้สึกอึดอัดมากขึ้น เธอยกมือข้างหนึ่งท้าวคาง ส่วนมืออีกหมุนควงดินสอกดไปมา ที่อยู่ตรงหน้าคือ กระดาษข้อสอบที่เคยทำแล้วหนหนึ่ง และไม่เคยนึกอยากจะหวนกลับมาทำอีกครั้งในชีวิต ถ้าไม่มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนล่ะก็นะ.....
[1]
"โหย อะไรกันเนี่ย ได้แค่นี้เองเหรอ...!!!"
"เยส! รอดตายแล้วฉัน!!!"
"แหม...ใครบอกทำไม่ได้น่ะ...ได้มาตั้ง 4 แน่ะ"
เมื่อตอนช่วงพักระหว่างคาบเรียนยามบ่าย มีนักเรียนมายืนดูเกรดวิชาโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศบนบอร์ดข้างโถงบันไดของอาคารเรียน ส่งเสียงโวยวายดังไปถึงหน้าห้องเรียน บางคนก็โวยวายที่เกรดของตนออกมาไม่ดี ทั้งที่ตอนทำข้อสอบก็คาดว่าทำได้ บางคนก็อ้างว่าทำข้อสอบไม่ได้ แต่ปรากฎว่าได้เกรดดีจนเพื่อนหมั่นไส้
...ในตอนนั้น รดา อวัสดา และกมลพร ก็อยู่ที่นั่นด้วย
"ไม่จริงน่า!!! นายน์มั่นใจเลยนะว่านายน์ทำได้...ไหงได้แค่ 2.5 เองล่ะ" เด็กสาวผมแกละทวินเทลล์แสนซนส่งเสียงโวยวายลั่นทันทีที่เห็นเกรดของตัวเอง
"ร... เราก็ได้ 2.5 เหมือนกันล่ะ" รดาเพื่อนสาวตัวเล็กพอๆกันก้มหน้าลงซ่อนความผิดหวังพลางพูดเสียงอ่อยๆ "ถึงจะไมค่อย่มั่นใจเท่าไหร่ แต่ก็ไม่คิดว่าจะได้เกรดน้อยขนาดนี้นะ"
"ฟ่างล่ะได้เท่าไหร่?"
กมลพรค่อยๆไล่นิ้วไปตามเลขที่ประจำตัวนักเรียนใจเต้นระทึกลุ้นสุดตัวไม่แพ้เพื่อนทั้งสองคน เมื่อถึงลำดับของตัวเองก็ถอนใจอย่างโล่งอก "... 3.5 รอดตัวไป" ทำเอาอวัสดาแอบรู้สึกอิจฉาขึ้นมาตะหงิดๆ
"แหม... ฟ่างได้เยอะเลยนะ ไม่เห็นช่วยติวให้นายน์มั่งเลย" เพื่อนตัวเล็กประสานแขนขึ้นที่หน้าอกแล้วหันหน้ามาค้อนตาปะหลับปะเหลือก ขณะที่อีกฝ่ายก็อ้อมแอ้มตอบอย่างถ่อมตัว
"เฮ้ยๆ ฉันก็ไม่ได้เก่งอะไรมากมายหรอก เห็นอย่างงี้ฉันก็ไปขอให้เพื่อนคนอื่นช่วยติวให้เหมือนกัน" ปากก็ว่าไปพลางนัยตาสีนิลหลังแว่นตากรอบเหลี่ยมก็แอบเหลือบมองร่างสูงที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก
"อ๋อๆ 'เพื่อน' ที่ว่าคงไม่พ้นอีตาพระอาทิตย์นั่นล่ะสิ" อวัสดาพูดจี้ใจดำพอดี ทำเอากมลพรหน้าแดงแจ๋ขึ้นมาทันที
"นายน์!..."
ระหว่างที่เพื่อนสาวทั้งสองคนกำลังหยอกเย้ากันเล่น รดารวบรวมความกล้าเพื่อบอกอะไรบางอย่างกับเพื่อนทั้งสอง เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะพูดออกไป
"ข้าวฟ่าง นายน์ เราอยากขอดูข้อสอบด้วยว่าเราทำได้แบบนี้จริงรึเปล่า หลังเลิกเรียนไปหาครูเอิร์ธเป็นเพื่อนเราหน่อยได้มั้ยจ๊ะ?" รดาเสนอ
"พอดีเลย นายน์ก็อยากไปอยู่เหมือนกัน" นายน์พยักหน้าตอบรับหนักแน่น และยื่นมือเล็กไปหนีบชายเสื้อข้าวฟ่างไว้อย่างรวดเร็ว "ข้าวฟ่างจ๋า ไปสองคนมันน่ากลัว มาเพื่อนกันหน่อยซี่น้าๆ"
"เอ่อ...ฉันมีนัดซ้อมดนตรีเย็นนี้น่ะ" ที่จริงแล้วกมลพรมีนัดกับสุริยาต่างหาก แต่ทว่า...
"น้าาาาาา...นายน์รู้ว่าฟ่างใจดีต้องไม่ปล่อยให้เพื่อนตัวเล็กๆสองคนไปสู้กับหมียักษ์เพียงลำพังแน่นอน"
หมียักษ์??? ครูเอิร์ธเนี่ยนะ? จะว่าไปครูเอิร์ธก็ไม่ได้เป็นคนน่ากลัวอะไรสักหน่อย เพียงแต่กลัวว่าไปด้วยแล้วจะปลีกตัวออกมาลำบาก ที่สำคัญไม่อยากเป็นฝ่ายผิดนัดด้วย
...ถึงอย่างงั้นเจ้าตัวก็ไม่สามารถทนต่อลูกอ้อนของเพื่อนสาวตัวแสบคนนี้ได้ แถมรดายังขอร้องด้วยอีกคนยิ่งทำให้ปฏิเสธไม่ได้เข้าไปใหญ่
"น้าาาาๆ"
"น้าาาาาาาาาๆๆๆ"
ทั้งสองคนเดินเข้ามาเกาะแขนเธอคนละข้างส่งสายตาอ้อนวอน...กมลพรเริ่มรู้สึกว่ากำแพงความอดทนของเธอเริ่มสั่นคลอน ทันใดนั้นก็มีใครคนหนึ่งเดินเข้ามาหา
"ทำอะไรกันอยู่เหรอจ๊ะ? หืม?" ลัลน์ลิตาสาวผมเปียทวินเทลล์คู่หูอวัสดาทักเสียงใส
"พวกเรากำลังชวนข้าวฟ่างไปหาครูเอิร์ธกันจ๊ะ" รดาตอบ
"เหรอจ๊ะ โชคดีจังเลย!"
"น้ำตาลก็จะไปหาครูเอิร์ธด้วยเหรอจ๊ะ?"
"อื้อ! เมื่อกี้ครูอีฟฝากเอกสารไปให้ครูเอิร์ธ แต่น้ำตาลไม่รู้ว่าห้องทำงานของครูเอิร์ธอยู่ที่ไหนน่ะสิ"
"งั้นน้ำตาลก็มาด้วยกันสิ" แว่บหนึ่งข้าวฟ่างเหลือบเห็นนายน์แอบยิ้มเจ้าเล่ห์เหมือนมีแผนอะไรบางอย่างก่อนจะเดินเข้าไปหาน้ำตาล "นี่น้ำตาลรู้ป่าว ฟ่างเขารู้ทางไปห้องทำงานครูเอิร์ธดีทีเดียวล่ะ"
"จริงเหรอจ๊ะ!" ลัลน์ลิตาดีใจมากเหมือนกับว่าตนเองกำลังจะได้ไกด์ผู้นำทางไปสู่การผจญภัยจริงๆ "งั้นข้าวฟ่างพาน้ำตาลไปหน่อยนะจ๊ะ"
เสร็จกัน! แบบเข้าแผนยัยตัวยุ่งเป๊ะเลยสิ...ข้าวฟ่างแอบถลึงตาใส่นายน์(ซึ่งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้) แล้วก็ถอนหายใจยาว...
"เออๆ ไปก็ไป"
[2]
ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนจะมีเสียงตอบจากคนข้างใน
"เข้ามาเลยครับ... ประตูไม่ได้ล็อก"
ประตูไม้สีเข้มบานเล็กค่อยๆเปิดออก เด็กสาวทั้งสี่คนก็ทยอยกันเดินเข้าไปข้างในห้อง สำหรับรดา อวัสดา และกมลพรดูจะชินตากับสภาพภายในห้องนี้แล้ว แต่ลัลน์ลิตาที่เพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก ดูค่อนข้างตื่นเต้น เธอกวาดสายตาดูรอบๆห้องราวกับจะเก็บรายละเอียดได้ได้หมดในครั้งเดียว ข้างในห้องนั้นไม่ได้มีขนาดเล็กอย่างที่เห็น แต่เพราะมีตู้หนังสือรายล้อมผนังเกือบทุกด้านเลยดูแคบลง ด้านหนึ่งของห้องมีโต๊ะเก้าอี้รับแขกตั้งอยู่ ส่วนอีกด้านหนึ่งมีโต๊ะทำงานสองตัวตั้งอยู่ใกล้ๆกัน แม้ว่าจะมีข้าวของมากมายเยอะแยะแต่ห้องนี้ก็ดูไม่รกเพราะทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ
เมื่อหันกลับไปมองที่โต๊ะทำงานตัวหนึ่งจะเห็นชายหนุ่มสวมแว่นคนหนึ่งกำลังนั่งอ่านเอกสารอะไรบางอย่างที่วางกองเต็มโต๊ะทำงานอย่างขะมักขะเม้น ข้างหน้าเขามีหนังสือวางอยู่หลายตั้ง อุปกรณ์การคำนวณ แลปท็อป แถมยังมีกาแฟร้อนถ้วยโตที่ยังกรุ่นควันอยู่ข้างๆตัว
"สวัสดีค่ะ ครูเอิร์ธ" เด็กสาวทั้งสี่คนยกมือสวัสดีทักทายพร้อมๆกัน
"ส สวัสดีครับ" ครูเอกภพสะดุ้งตกใจเล็กน้อย เขาไม่คาดคิดว่าจะมีนักเรียนมาหาในเวลานี้ "มีอะไรให้ครูช่วยรึเปล่าครับ?"
"ครูอีฟ ฝากเอกสารมาให้ครูเอิร์ธค่ะ" ลัลน์ลิตารีบยื่นแฟ้มให้คุณครู "และก็ฝากบอกว่าจะใช้ประชุมวันพรุ่งนี้ด้วยค่ะ"
"ขอบคุณครับ" ครูเอกภพเปิดแฟ้มเอกสารดูผ่านๆ เห็นว่าเป็นเอกสารหลายเรื่องรวมๆกันมา ต้องใช้เวลาอ่านให้ละเอียดก่อนลงชื่อรับทราบ จึงปิดแฟ้มแล้วหันไปคุยกับนักเรียนคนอื่นๆที่มาด้วยกัน "แล้วกมลพร รดากับอวัสดาล่ะครับ? เห็นผลสอบรึยัง? เป็นยังไงกันบ้าง?"
เป็นคำถามที่ตรงใจผู้มาเยือนอย่างมาก รดาและกมลพรแอบสะดุ้งเล็กน้อย ไม่คิดว่าคุณครูจะถามตรงๆแบบนี้ แต่อวัสดากลับตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน
"หนูมาที่นี่ก็เพื่อมาคุยเรื่องนี้แหละค่ะ!" อวัสดาพูดน้ำเสียงหงุดหงิด "ทั้งที่หนูทำได้แท้ๆ ทำไมถึงได้แค่ 2.5 ล่ะคะ?"
"เอ่อ...หนูก็ด้วยค่ะครูเอิร์ธ" รดายกมือขยับแว่นและพยักหน้าตาม
"ส่วนหนูมาเป็นเพื่อนเฉยๆค่ะ" กมลพรรีบบอก
"งั้นเอาอย่างงี้นะ เดี๋ยวครูจะเอาข้อสอบมาให้ดูกันนะครับ แล้วจะได้อธิบายให้ฟังว่าใครทำอะไรผิดพลาดตรงไหนกันบ้างดีมั้ยครับ?"
เด็กสาวหันหน้ามองกันแล้วพยักหน้าตกลง ครูหนุ่มลุกจากเก้าอี้เดินตรงไปที่ตู้เก็บเอกสารทำด้วยเหล็กสีเทา ด้านบนมีกุญแจเสียบค้างอยู่ เขาบิดกุญแจแล้วดึงลิ้นชักที่สองจากด้านบนออกมาและล้วงหยิบเอกสารปึกใหญ่ขึ้นมาคลี่ดูข้อสอบของนักเรียนแต่ละคนตามรายชื่อ เมื่อหาข้อสอบของนักเรียนทั้งสามคนแล้ว เขาถือมันมานั่งที่โต๊ะรับแขกพร้อมกับเรียกเด็กๆมานั่งรวมกัน
และในตอนนั้นเองกมลพรรู้สึกว่าตัดสินใจพลาดไปแล้ว...
ทีแรกก็คิดว่าจะขอดูแค่ข้อที่มีปัญหาไม่กี่ข้อ แต่พอครูเอิร์ธบอกให้ลองทำกันใหม่แล้วทำผิดมากกว่าเดิม เลยต้องนั่งทำอยู่กันนานกว่าที่คิด
กมลพรนั่งเขี่ยดินสอไปมา อยากจะวาดการ์ตูนลงไปในกระดาษทดก็ทำไม่ได้ เพราะคุณครูนั่งอยู่ข้างหน้า เธอหันไปมองนอกหน้าต่างพักสายตาเป็นพักๆ พอครูเอกภพเดินไปรับโทรศัพท์ ทั้งสามคนก็รีบหันหน้ามากระซิบคุยกัน
"ไงล่ะแม่ตัวยุ่ง ทีนี้ได้อยู่นานสมใจเลยมะ" ข้าวฟ่างแหว
"ไม่รู้นี่นาว่าจะเป็นแบบนี้ เอาไงดีล่ะ? เบื่อแล้วง่ะ"
"เรก็อยากลับแล้วเหมือนกัน"
"อยู่ๆจะขอกลับได้ไงล่ะ" ข้าวฟ่างถอนใจกรอกตามองเพดาน "ไม่รู้น้ำตาลออกไปเดินเล่นถึงตรงไหนจะได้ชวนกลับ"
ก่อนที่จะมีใครคิดแผนการอะไรออก ครูเอกภพก็วางหูโทรศัพท์พอดี
"เสร็จแล้วเหรอครับ? เห็นนั่งคุยกัน"
"เปล่าค่ะ" ทั้งสามคนตอบเสียงอ่อย แล้วก็หันกลับไปทำข้อสอบต่อ
กมลพรเหลือบดูนาฬิกา เข็มที่หน้าบัดบอกเธอว่าใกล้ถึงเวลานัดเต็มที สาวผมม้าเริ่มกระวนกระวายในใจก็คิดไม่ออกว่าจะออกจากห้องนี้ไปยังไง ครั้นจะบอกว่าตัวเองมีธุระออกไปคนเดียวก็ห่วงเพื่อนๆ แต่ถ้าจะรอทำข้อสอบเสร็จก็คงยาวถึงหัวค่ำแหงๆ ทันใดนั้นมีสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น
กรี๊ดดดดดดดดด.....!
เสียงกรีดร้องดังขึ้นจากทางทิศหนึ่ง หลังจากนั้นไม่นานประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ร่างเล็กผมเปียวิ่งผวาเข้ามานั่งตัวสั่นหลบอยู่หลังเก้าอี้ครูเอกภพ
"ลัลลน์ลิตาเป็นอะไรรึเปล่าครับ?"
"ผะ ผะ ผีค่ะ" เด็กสาวชี้มือสั่นๆไปที่ประตู มีเงาร่างสูงวิ่งตามเข้ามา ทำเพื่อนๆที่นั่งอยู่ในห้องพลอยตกใจไปกันหมด เขยิบมานั่งชิดๆกัน เอื้อมแขนกอดกันหลับตาปี๋ แต่ดูเหมือนจะมีครูเอกภพคนเดียวที่ไม่ออกอาการตกใจ แถมยังดูจะขำกับภาพที่ตัวเองเห็นเสียด้วยซ้ำ
"เกิดอะไรขึ้นครับครูสายฟ้า ทำไมผมตั้งแบบนั้นล่ะครับ?" ครูหนุ่มพยายามกลั้นใจไม่ให้หัวเราะ แล้วหันไปหานักเรียน "ไม่เป็นไรนะครับทุกคน นี่ครูสายฟ้าไงครับ"
"เอ๋?" เด็กสาวทั้งสี่คนหันไปมองที่ประตู พบว่ามีครูหนุ่มตัวสูงคนหนึ่งสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเทาและกางเกงสแลคสีดำ ใบหน้าบูดบึ้งเล็กน้อยสาเหตุมาจากทรงผมที่เคยเรียบเป็นทรง ตอนนี้กลับชี้ฟูไปทั้งศรีษะ
"ผมโดนไฟช็อตนิดหน่อยน่ะครับ" ครูสายฟ้ายกเก้าอี้มานั่งข้างโต๊ะ "พอดีผมเอาพลาสม่าบอลกลับมาซ่อม... แล้วนักเรียนคนนี้มาเล่น ทีแรกผมกะว่าจะแกล้งแหย่เล่นสักหน่อย แต่มือเธอมาโดนตัวผมเลยโดนไฟช็อต"
"เอ๋ อันนี้เรียกว่าพลาสม่าบอลเหรอคะ?" ลัลน์ลิตาชี้นิ้วไปที่วัตถุกลมๆในมือครูสายฟ้า
"ครับ" ครูสายฟ้าพยักหน้า "เมื่อกี้ครูไม่เห็นว่านักเรียนเอามือแตะมันอยู่เลยโดนไฟช็อต"
"แล้วทำไมหนูถึงไม่เป็นอะไรล่ะคะ?"
แทนคำตอบครูสายฟ้าเสียบปลั๊กพาสม่าบอลกับเต้าเสียบที่ใต้โต๊ะครูเอกภพ และทันทีที่มีกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านวัตถุกลมๆใสๆก็มีเส้นเรืองแสงสีน้ำเงินพุ่งออกมาจากประจุตรงกลาง
"เห็นเส้นๆสีน้ำเงินนี่มั้ยครับ มันคือกระแสไฟฟ้า เมื่อเอามือไปสัมผัสกระแสไฟฟ้ามือก็จะกลายเป็นตัวนำไฟฟ้า และถ้าสัมผัสคนอื่นเข้าอีกคนก็จะโดนไฟช็อตครับ"
"น่าสนุกแฮะ ไหนๆนายน์ลองมั่งสิ" อวัสดาทำตาเป็นประกาย เอานิ้วจิ้มแล้วหันไปหาข้าวฟ่าง "ฟ่างๆ ยืมแขนหน่อยสิ"
"เฮ้ย เรื่องอะไรเดี๋ยวฉันก็โดนไฟช็อตกันพอดี!"
"ก็นายน์อยากรู้นี่นาว่าไฟช็อตเป็นไงอ่ะ"
"ไม่เอ๊าาาาาา!!!"
[3]
หลังจากเรื่องระทึกขวัญคลี่คลาย พวกเด็กๆก็ยังต้องหวนกลับไปทำข้อสอบต่อ แม้ข้าวฟ่างจะหวังให้น้ำตาลชวนกลับบ้าน แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะติดใจกับของเล่นใหม่เสียแล้ว นั่งคุยกับครูสายฟ้าต่อไปโดยไม่รู้เวลาผ่านไปนานขนาดไหน
แบบนี้มันต้องเล่นทริกกันหน่อยแล้ว...ข้าวฟ่างคิด
แล้วโอกาสก็มาถึง...
โครม!!!
"ขอโทษครับครูเอิร์ธ ผมเผลอเอาแขนไปปัดตั้งหนังสือล้ม"
"ไม่เป็นไรค่ะ พวกหนูกับนายน์อยู่ใกล้กว่า เดี๋ยวเก็บให้ค่ะ" ข้าวฟ่างพูดก่อนที่ครูสายฟ้าจะลุกจากเก้าอี้มาช่วย
"ขอบคุณครับ" แล้วครูสายฟ้าก็หันกลับไปคุยกับน้ำตาลต่อ
จากนั้นไม่นานอยู่ๆอวัสดาก็หยิบหนังสือเล่มหนึ่งซึ่งดูแตกต่างจากเล่มอื่นๆขึ้นมา พร้อมกับอ่านชื่อเรื่องเสียงดัง
"ลำนำรักทางช้างเผือก..." คิ้วมนกระตุกเข้าหากัน "ครูเอิร์ธอ่านโดด้วยเหรอคะ?"
"อะไรนะครับ?" ครูเอกภพละสายตาจากข้อสอบของรดาหันหน้าไปดู
อวัสดาหันหน้าปกหนังสือการ์ตูนให้ทุกคนดู เป็นภาพผู้ชายสองคนยืนกอดกันกลมส่งสายตาหวานซึ้งให้กันท่ามกลางกลุ่มดาวส่องประกายเจิดจรัสในท้องฟ้ายามค่ำคืน
"....???" ครูเอกภพทำหน้างงงวยหาที่มาของการ์ตูนเล่มนี้ไม่ได้ "ไหนๆ ขอครูดูหน่อยสิครับ"
หน้ากระดาษของหนังสือการ์ตูนค่อยๆคลี่เปิดออกช้าๆ ครูหนุ่มแอบหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเนื้อหาในเล่มจะไม่ใช่แบบที่เขาสงหรณ์ใจ แต่แล้วเจ้าตัวก็ต้องผิดหวังเนื้อหาข้างในนั้น มีภาพคู่รักชายกับชายหลายแบบตั้งแต่ท่วงท่าธรรมดาจนถึงขั้นควรติดเรททีเดียว เมื่อเห็นอย่างงั้นเขาก็รีบปิดหนังสือทันที
"ผ ผมไม่คิดเลยว่า ครูเอิร์ธ..." ครูสายฟ้าเริ่มออกอาการระแวงคนแรก
"ครูสายฟ้าอย่าเพิ่งคิดอะไรนะครับ มันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิด"
"ต้องคิดสิครับ ห้องทำงานนี้มีแค่เราเป็นผู้ชายอยู่กันสองคน แล้วถ้า..."
ก๊อก....ก๊อก....ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้น คราวนี้มีครูสาวร่างเล็กผมสั้น สวมแว่นตาวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้อง
"ขอโทษค่ะ ครูเอิร์ธยังอยู่มั้ยคะ?" ครูสาวพูดหายใจหอบ
"ครับ มีอะไรเหรอครับครูอีฟ?"
"พอดีเอกสารที่ฝากนักเรียนมาให้ครูเอิร์ธมันพิมพ์ผิดน่ะค่ะ เลยรีบเอามาเปลี่ยนให้เพราะต้องใช้เวียนในห้องประชุมพรุ่งนี้" ครูอาทิตยายื่นเอกสารส่งให้ครูเอกภพ "ว่าแต่อีฟเข้ามาขัดจังหวะอะไรรึเปล่าคะ ทำไมทำหน้าเครียดกันจัง?"
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบอย่างฉับพลัน ไม่มีใครอาสาจะตอบคำถามนี้ แม้แต่คู่กรณีทั้งสองคน ทว่า...
"ครูเอิร์ธกับครูสายฟ้ากำลังคุยเรื่องการ์ตูนในมือครูเอิร์ธค่ะ" ลัลน์ลิตาตอบโพล่งด้วยความใสซื่อ เมื่อได้ยินคำตอบแล้วสายตาของครูสาวก็ค่อยๆเคลื่อนลงไปดูหนังสือในมือของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า ขณะที่คนอื่นๆหันหน้ามาสบตากันและกันเงียบๆ
"...."
"...."
"...."
"...."
"...."
"...."
....เอาล่ะสิ งานงอกแล้วไหมล่ะยัยหนูเอ๋ย
[จบ]
สรุป
- นายน์ กับ เรไม่พอใจที่ตัวเองได้เกรดวิชา โลก อวกาศ และดาราศาสตร์น้อยกว่าที่คาดไว้ เลยชวนข้าวฟ่างไปหาครูเอิร์ธ แต่ข้าวฟ่างอิดออดเพราะตัวเองมีนัดกับนอร์ธ และก็กลัวว่าจะต้องนั่งอยู่นาน
- ครูอีฟฝากเอกสารน้ำตาลไปให้ครูเอิร์ธ แต่ไม่รู้ว่าห้องทำงานครูเอิร์ธอยู่ที่ไหนเลยขอไปด้วย
- และก็เป็นอย่างที่คาด ครูเอิร์ธให้ทั้งสามคนลองทำข้อสอบให้ดู แล้วอธิบายว่าทำผิดตรงไหน เลยเสียเวลานาน จนนานยน์และเรเริ่มอยากกลับบ้าน
- น้ำตาลไปเดินเล่นรอบๆระหว่างรอเพื่อน ได้พบกับครูสายฟ้าและของเล่นใหม่ "ลูกบอลพลาสม่า"
- ข้าวฟ่างกับนายน์วางแผนแกล้งยัดเยียดการ์ตูนวายให้ครูเอิร์ธแล้วจะได้เผ่นกลับบ้าน
- ดูเหมือนสุดท้ายจะมีคนงานเข้ามากกว่าหนึ่งคน
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องแวนเดอร์กราฟ *ขอบคุณ ผปค.ครูเอิร์ธ*
Talks.
- อะแฮ่ม ในที่สุดก็ได้เล่นกับคุณครูที่ยังไม่เคยเล่นด้วยบ้าง และแกล้งคุณครูบ้าง ไหนๆก็ปีสุดท้ายแล้ว คุณครูจะได้จำพวกหนูได้ยังไงล่ะคะ //โดนรุมตบตี
- ถึงจะหมดเวลาของลูกสาวไปแล้วแต่หลังจากนี้ยังคงอัพเรื่องราวที่ค้างไว้ต่อค่ะ
- รบกวนผปค.ที่เกี่ยวข้องช่วยเช็คความถูกต้องของตัวละครด้วยนะคะ เพราะไม่ได้เขียนฟิคนานมากและอาจเข้าทรงลูกๆของท่านผิดไป ถ้าอยากให้แก้ไขตรงไหนเม้นต์บอกได้เลยค่ะ แล้วจะรีบมาแก้ให้ภายหลังค่ะ
ขอจบการคุยสั้นๆเพียงเท่านี้แล้วพบกันใหม่ค่ะ 
