เอนทรีนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมมินิคอมมู Hummingbird Coffee Shop

 

 

Timeline: ประมาณ เดือนกรกฏาคม (ฟิคนี้ Time Skip นะคะ)

Mentioned: ไอยวริญท์(อัยย์) กล้ารบ(กล้า)

 

สายลมอ่อนยามเย็นพัดผ่านกระดิ่งลมใต้ขื่อไม้ชายคาเรือนหลังเล็ก ส่งเสียงดังกรุ้งกริ้งเบาๆตามจังหวะกระแสลม นำพาพนักงานหนุ่มร้านกาแฟตัวสูงโปร่งเกือบเข้าสู่ภวังค์ หากไม่ใช่เพราะเสียงฝีเท้าตึงตังดังขึ้นมาจากชั้นล่าง พร้อมกับเสียงร้องโวยวายไม่หยุดตลอดทางของใครบางคน


"พี่โอห์ม คร้าบบบบบ!!! ดูสิลูกพี่ทำอะไรกับโผ้มมมมมม!" เด็กหนุ่มหัวยุ่งเดินเข้ามาในห้องพักพร้อมกับส่งแขนให้ดู "คราวนี้พี่โอห์มต้องรับผิดชอบน้องกล้าด้วยนะ ไม่งั้นไม่ยอมจริงๆด้วย!"



เหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดหนแรก แต่สองสามครั้งต่อสัปดาห์หรืออาจมากกว่านั้น จนอีกฝ่ายไม่รู้สึกกระตือรือร้นเสียเท่าไหร่ ออกอาการชินชาเสียด้วยซ้ำ แขนยาวสองข้างยันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างขี้เกียจ ทั้งที่เพิ่งเอนหลังบนเก้าอี้ยาวได้ไม่ถึงห้านาที

 


"มันแค่กัดนิดหน่อยเอง..." อริญชย์ยื่นหน้าไปมองนิ่งๆ "โวยวายซะอย่างกับใครเอามีดแทงอย่างงั้นแน่ะ"


"โหย แค่นี้ได้ไงล่ะครับ ถ้าเกิดน้องกล้าเป็นบ้าขึ้นมาล่ะก็จะไล่งับพี่โอห์มนะครับ"


"เฮอะ ปรกติแกก็บ้าๆบ๊องๆอยู่แล้วไม่ใช่เหรอไง" อริญชย์สวนกลับรุ่นน้องด้วยความหมั่นไส้ "แผลแค่นี้ไม่เป็นไรหรอกน่า ลูกชิ้นมันก็ฉีดยาแล้ว น้ำก็เพิ่งอาบ แกจะเอาอะไรอีกล่ะ ถ้ากลัวเชื้อโรคมากขนาดนั้นก็ไปทำแผลซะไป๊"


"ใจร้าย… ใช่ซี้ลูกชิ้นมันลูกรักพี่โอห์มนี่ ไม่ว่าอะไรคุณพี่ก็เข้าข้างมันใช่มั้ยล่ะ"


"น้อยๆหน่อยกล้า ลูกชิ้นมันเป็นแมวนะโว้ย" ชายหนุ่มปราม “อีกอย่างใครให้ไปตีมันก่อนล่ะ มันเลยไม่ชอบหน้าแกนี่ไง”

 

“มันน่ามั้ยล่ะครับ คนอุตส่าห์เก็บกวาดสวนซะสะอาดเรี่ยมเอี่ยมอ่องพร้อมต้อนรับคุณเจ้าของร้านกลับมา ไหงมีแมวบางตัวไล่กวดน้องกะปอมน้อยที่น่าสงสาร ถล่มกองใบ้ไม้เละเทะ เลยต้องรีบเก็บกวาดอีกรอบ แบบนี้ต้องโดนหวดสักทีจะได้จำได้”

 

“...ก็เลยไล่ตีมัน” อริญชย์พยักหน้าหงึกๆ “แต่ลูกชิ้นมันเป็นแมว ตีไปมันก็ไม่รู้เรื่องอยู่ดี”

 

“โธ่ คุณพี่คร้าบบบ แมวหรือหมาก็ฝึกกันได้ทั้งนั้นแหละ”

 

“แต่แมวมันไม่ได้ฝึกง่ายเหมือนหมาสักหน่อย มันจะไปจำได้ไงว่าทำอะไรไว้ ส่วนแกก็ชอบไปโวยวายเสียงดังใส่มันอีก แมวมันชอบความสงบนะ พูดกับมันดีๆสิ พอแกดีกับลูกชิ้นมันก็ไม่ซนละ อยู่กับพี่ไม่เห็นมันจะเกเรเลย”


"ฮึ้ย พูดไปคนแถวนี้ก็ไม่เห็นใจ น้องกล้าไปหาคนใจดีทำแผลให้ดีฝ่า เชอะ!” ว่าแล้วกล้ารบก็เดินปั้นปึ่งออกจากห้องไป คนมองตามส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ หันไปมองหาเจ้าลูกแมวตัวแสบที่วิ่งเข้าไปหลบอยู่ใต้ตู้ไม้หลังใหญ่ห่างออกไปไม่ไกลจากตรงนั้น มันจ้องมองเงาเคลื่อนไหวบนพื้นพร้อมกับแยกเขี้ยวขนตั้ง ขู่ฟ่อในคอ ตั้งท่าเตรียมพร้อมจู่โจมอีกครั้ง

 


"ลูกชิ้น...มานี่มะลูก เมี้ยวๆ" อริญชย์กวักมือเรียก


เมี้ยว...
พอได้ยินเสียงเรียกหาจากเจ้าของ เจ้าเหมียวตัวน้อยรีบขานรับเสียงหวาน ค่อยๆคลานออกมาจากใต้ตู้  หันมองซ้ายมองขวาให้แน่ใจก่อนว่าคู่ปรับไม่อยู่แล้วจึงกระโดดขึ้นมานั่งบนตักชายหนุ่ม มองหน้าเขาตาแป๋วแหวว เหมือนเมื่อสักครู่ไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นเลย


"เราเนี่ยน้า ไปกัดพี่กล้าอย่างงั้นได้ไง พ่อบอกกี่ครั้งแล้วถ้าเกิดวันหนึ่งพ่อไม่อยู่ที่ร้าน ต้องฝากให้พี่กล้าเอาข้าวมาเลี้ยงนะลูก ไปทำเค้าโกรธเดี๋ยวก็อดข้าวตายพอดี” มือใหญ่ลูบขนนุ่มนิ่มไปตามตัว ลูกชิ้นมองตาเคลิ้ม ทำเสียงครางเบาๆอย่างพอใจ ไม่รู้ไม่สนกับคำสั่งสอนรอบที่ร้อยนี้เอาเสียเลย
 
เมี้ยววว…
ไม่เห็นเป็นไรเลย พ่อจ๋าไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ ลูกชิ้นเก่งนะคะ หาเหยื่อกินเองได้ ไม่ง้ออินังทาสนั่นหรอก…

"แน่ะ เถียงอีก" อริญชย์หยุดเกาคาง จ้องมองหน้าลูกชิ้นนิ่งๆครู่หนึ่ง แล้วก็ถอนใจ "...เป็นลูกชิ้นก็ดีแฮะ จะรักใคร ชอบใคร ก็แสดงออกมาชัดเจน"

มี้ มี้… ลูกชิ้นเอียงคอมอง งงที่อยู่ๆชายหนุ่มก็ทำหน้ากลัดกลุ้ม
พ่อจ๋าเป็นอะไร? ใครแกล้งพ่อจ๋าบอกลูกชิ้นสิ เดี๋ยวลูกชิ้นจะจัดการให้นะ กัดดีมั้ย ข่วนหน้าดี หรือฝนเล็บดีคะบอกมาเลยเดี๋ยวลูกชิ้นจัดการให้นะ

 

"เฮ้อ...ฉันสิ แค่จะบอก 'ชอบ' เค้ายังไม่รู้จะพูดยังไงเลย..." อริญชย์ส่งสายตาอ้อนวอนใส่ลูกชิ้น "ฉันจะทำยังไงดีล่ะ"



ทว่ามันหรี่ตาจ้องกลับมาและยังจามฟุดฟิตใส่หน้าเขาอีก ทำเอา ‘พ่อเลี้ยง’ ยิ่งเซ็งหนัก ที่ขนาดแมวยังไม่สนใจเขาเลย



เมี้ยว…

พ่อจ๋าอย่ามัวกลุ้มใจอยู่เลยน่า ลูกชิ้นหิวข้าวแล้ววว!  เจ้าแมวน้อยตะกายขึ้นมาบนไหล่ เอาหัวถูไปมาบนใบหน้าของอริญชย์ พร้อมกับส่งเสียงร้องออดอ้อนไม่หยุด ยกอุ้งมือแตะหน้า ตะกายขึ้นไปบนศีรษะเขา ยุทธการก่อก่วนเช่นนี้ทำให้รู้ว่ามันกำลังหิว


"หิวแล้วล่ะสิ ป่ะเดี๋ยวพ่อหาข้าวให้กินนะ"

 

เมื่ออริญชย์เดินออกไปจากห้องแล้ว มีเงาของใครคนหนึ่งขยับออกมาจากหน้าต่างตรงระเบียงทางเดินฝั่งตรงข้ามประตู ย่องเข้ามาในห้องอย่างเงียบเชียบ ครู่ต่อมาอริญชย์เดินกลับจากให้อาหารลูกชิ้น ขึ้นมาเอาข้าวของที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะข้างเก้าอี้ที่เขานั่ง แล้วสายตาก็ไปสะดุดเห็นวัตถุบางอย่างถูกวางอยู่ใกล้ๆข้าวของๆเขา มันคือ คัพเค้กสีหวาน ตกแต่งด้วยครีม คุ้กกี้ ช็อคโกแล็ตและโรยด้วยเกล็ดน้ำตาลสายรุ้งด้านบน และมีกระดาษโน๊ตเขียนข้อความสั้นๆวางอยู่ข้างใต้


“ช่วยชิมหน่อยสิ ...อัยย์”

เพียงไม่กี่วินาทีที่อ่านข้อความนั้นจบ เขาก็รู้สึกตื่นเต้นที่ได้รับของจากไอยวริญท์จนแทบเก็บอาการไม่อยู่ นั่งยิ้มชื่นชมขนมในมืออยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะคิดได้หลังจากนั้นว่ามันคงไม่ใช่ของพิเศษอะไรมากมาย เขาเคยเห็นหล่อนซื้อขนมฝากคนในร้านออกบ่อยไป แน่นอนว่าคราวนี้ก็คงไม่ต่างจากครั้งที่ผ่านๆมา  คนอื่นในร้านก็คงได้รับขนมชิ้นนี้เช่นเดียวกับเขาแหงๆ


ถึงอย่างงั้นอริญชย์ก็ยังอดดีใจไม่ได้อยู่ดี ไม่ว่าจะของที่เธอให้เป็นของชิ้นเล็กชิ้นใหญ่หรืออะไรก็ตาม แค่เธอมีน้ำใจกับเขาก็ดีใจจะแย่แล้ว ถ้าอย่างงั้นจะนั่งคิดให้เสียเวลาทำไม ลองชิมดูเลยดีกว่า


แต่แล้วก่อนที่จะได้ลิ้มรสขนมหวาน โทรศัพท์มือถือก็ส่งเสียงขัดจังหวะ พร้อมกับแสดงข้อความแจ้งเตือนบนหน้าจอว่า เขาโดนแท็คในรูปจากเฟสบุ๊คของไอยวริญท์


รูปอะไรหว่า?  ช่วงนี้เราไม่ได้ไปไหนด้วยกันสักหน่อย?... เมื่อเปิดเข้าไปดูพบว่าเป็นรูปคัพเค้กปริศนาที่เหมือนกับในมือของเขานี้เอง ถูกวางเรียงอยู่ในจานกระเบื้องสวยงามเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้น สีสันสดใสของเกล็ดน้ำตาล และช็อคโกแลตยิ่งดึงดูดให้รู้สึกอยากรับประทาน พร้อมกับข้อความชิลๆตามสไตล์สาวฮิปสเตอร์


"อารมณ์เกิดอยากจะกิน..."


ไม่นานนักก็มีคนเข้ามาไลค์รูปและคอมเม้นท์ต่างๆนานาๆ อริญชย์เลื่อนจอลงมาเรื่อยๆ จนสะดุดเข้ากับคอมเม้นท์ของน้องๆพนักงานในร้านที่โดนแท็กในรูปเช่นกัน แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครได้รับคัพเค้กนี้ไปชิมเลยนอกจากเขาเพียงคนเดียว


"ขอสูตรไปทำแต่ไม่เห็นเอามาให้ชิมเลยนะคะ" ซูเชฟประจำร้านกล่าว ตามมาด้วยข้อความจากสองสาวพนักงานพาร์ทไทม์ แม้แต่ลูกศิษย์ลูกหาที่เข้ามาเห็นรูปนี้ด้วย


"น่ารักจังอยากกินๆๆๆ เอามาให้กินมั่งซีคะ”

“ขอกินด้วยยยยค้าบบบ!!!”

 

แต่สุดท้ายพอเจ้าของขนมออกมาโต้ตอบ ทุกคนต่างผิดหวังไปตามๆกัน...

 


"ไม่ได้ทำเยอะอ่ะขี้เกียจ...เลยแจกให้แค่ 'คนพิเศษ' เข้าใจนะ"


จากนั้น เด็กๆต่างพากันคอมเม้นท์บ่นเสียดายกันถ้วนหน้า


ส่วนอริญชย์นั้น ตะลึงกับคำว่า "คนพิเศษ" ไปอีกหลายวินาที ก่อนจะกู้สติกลับมา และยังคงอ่านซ้ำไปซ้ำมาอีกหลายรอบราวกับไม่เชื่อสายตาตัวเอง แต่ก็อีกแหละนะ คนพิเศษมันก็มีหลายความหมาย ครอบครัว เพื่อนสนิท ...คนที่ชอบ  อย่างหลังสุดไม่น่าจะเป็นไปได้เลยในความคิดของเขา ถ้าไอยวริญท์จะทำเรื่องกุ๊กกิ๊กหวานแหววแบบเด็กสาวมัธยม มันก็ยากจะเชื่อ... แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลยซะทีเดียว



อีกอย่างช่วงนี้เขาได้พาหล่อนไปออกเดทตั้งหลายครั้ง คอยดูแลเรื่องอาหารการกิน มาทำงานและกลับบ้านด้วยกันแทบทุกวัน พูดคุยกันสนิทกว่าตอนที่เริ่มรู้จักกัน แล้วตอนนี้ก็เข้าใจตัวหล่อนมากขึ้น แถมยังมาสนิทกับน้องสาวและน้องชายของเขาด้วย


แบบนี้...ถ้าเขาจะคิดเข้าข้างตัวเองสักครั้งจะได้ไหมนะ???

 

อริญชย์ยิ้มให้กับตัวเอง ยกคัพเค้กขึ้นมากัดคำหนึ่ง รสหวานนุ่มละมุนลิ้นแผ่กระจายเต็มปาก ชวนให้นึกเป็นภาพไอยวริญท์สวมผ้ากันเปื้อนยืนอบเค้กอยู่หน้าเตาอบ กลิ่นหอมของเนยและนมลอยฟุ้งไปทั้งห้อง


.


.


.

 

.

 

.



"โหย พระอาจารย์คร้าบบบ น้องกล้าอยากกินคัพเค้กมั่ง ไม่มีแบบเหลือๆมั่งเหรอคร้าบบบ" ลูกศิษย์ในอุปถัมภ์ยังคงคร่ำครวญอยู่ข้างโต๊ะ ขณะที่พนักงานคนอื่นกลับไปทำงานของตนเองต่อกันแล้ว

 

"ผมก็อยากกินนะครับเจ้" ลูกศิษย์ตัวกวนร่ำร้องตามบ้าง "แต่เอหรือไม่ดีกว่า...หน้าตาดูดี รสชาติจะดีตามด้วยรึเปล่านะ”

 

"ไม่ต้องมาขอเลย ฉันไม่ให้พวกแกทั้งสองคนแหละย่ะ" ไอยวริญท์โบกมือไล่อินทนินและกล้ารบออกไปจากโต๊ะ เพื่อตั้งสมาธิตรวจข้อสอบลูกศิษย์ที่กำลังจะมาถึง "ไปได้แล้วจะทำงาน เดี๋ยวมีเด็กมาเรียนต่อ"



สาวผมทรงซาลาเปาดึงกระดาษข้อสอบออกมาจากแฟ้มปึกใหญ่ มือถือปากกาไล่ตรวจการใช้ไวยากรณ์ผิดทีละบรรทัด กระนั้นหล่อนยังคงเงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆร้านเป็นระยะๆ เหมือนกับกำลังเฝ้ามองหาใครบางคน



ทันใดนั้น อริญชย์ก็เดินออกมาจากห้องครัว พร้อมกับชุดน้ำชาและขนมหวานในถาดสูง สีหน้ายิ้มระรื่นดูอารมณ์ดีมากผิดปกติ จนกล้ารบอดสงสัยไม่ได้

 

"คุณพี่โอห์มครับ เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ? ทำไมคุณพี่ถึงยิ้มหน้าบานเท่าถาดขนมอย่างั้นล่ะครับ?”

 

"..." อริญชย์เลิกคิ้วฉงน

 

"นี่อย่าบอกนะครับว่า…"

 

"อะไรกล้า?"

 

"...คุณพี่แอบไปวางแผนกับลูกชิ้นจะมาเอาคืนผม!!!"

 

"ไม่ใช่เว้ย! จะบ้ารึไง” อริญชย์ทำท่าอยากจะเตะก้นอีกฝ่ายสักป้าบ ติดแค่ว่าต้องไปเสริฟของให้ลูกค้าเสียก่อน "คนเขามีความสุขก็ดีอยู่แล้ว มายั่วให้โมโหทำไมเนี่ย!”



พอได้ยินคำว่า “มีความสุข” เด็กหนุ่มเกิดอาการสงสัยใคร่รู้(เรื่องชาวบ้าน)ขึ้นมาทันใด ย่องเข้าไปกระแซะถามรุ่นพี่ต่อ



“แล้วคุณพี่โอห์มมีความสุขเรื่องอะไรมาเหรอครับ? น้องกล้าขอเผือกสักนิดได้มั้ย”

 

“ไม่ใช่เรื่องอะไรของเราสักหน่อย” อริญชย์อมยิ้มตอบเสียงเรียบ ยิ่งทำให้อีกฝ่ายอยากรู้เข้าไปใหญ่

 

“บอกหน่อยน้า น้องกล้าอยากรู้นี่คร้าบบบบบบ” กล้ารบก้าวไปขัดขวางทางเดินจนอริญชย์ใจอ่อน

 

“...ก็วันนี้สาวสวยใจดีเอาขนมเค้กมาให้กินน่ะ” อริญชย์ยิ้มอ่อนพร้อมกับตอบเสียงดังชัดเจน “น่ารักมาก น่ากินมาก และก็อร่อยที่สุดเลยด้วย”

 

“สาวสวย? ใครเหรอพี่???” กล้ารบเหลือบมองไปทางไอยวริญท์ “ใช่สาวในร้าน หรือสาวคนไหนที่ผมรู้จักรึเปล่าครับ?”

 

“ก็ไม่รู้สินะ...เค้าเอามาวางไว้ให้ แล้วก็เดินหายไปเลย”



พูดจบอริญชย์ก็ทิ้งให้กล้ารบงงงวยอยู่ที่เดิมนั้น ส่วนเขาเดินไปเก็บถ้วยกาแฟและจานขนมจากโต๊ะไอยวริญท์ พลางกระแอมค่อยๆ พอเธอเงยหน้าขึ้นมองเขาก็ยิ้มและขยิบตาให้รู้ว่าที่เขาพูดนั้นหมายถึงใคร  ไอยวริญท์ยิ้มตอบก่อนจะก้มหน้าลงตรวจข้อสอบต่อใบหน้าขาวนวลของเธอมีสีชมพูเรื่อขึ้นมาแว่บหนึ่งก่อนจะจางหายไป

 

สรุป.

- เรื่องวันธรรมดาวันหนึ่ง ของ คนพิเศษ น่ะสิ... //สรุปอะไรของมันวะ... //โดนทุกคนรุมตรบ 555

- คัพเค้กอร่อยครับ :) //โอห์มกล่าว

- ทำไมผม/หนู ไม่ได้กิ๊นนน!!!

- เมี้ยว...นังทาส ชั้นหิวข้าวแล้ว!!!

 

Talks.

- เข็นฟิคแรกของปีออกมาได้ซะที เย้! สวัสดีปีลิงค่ะทุกคนนนน สบายดีกันอยู่รึเปล่าคะ :)

- จองเอนทรีนี้ไว้ตั้งแต่วาเลนไทน์ เพิ่งได้อัพวันนี้ 555 ยังไงก็ยังอยู่ในเดือน ก.พ. ล่ะนะ (อยากอัพตามเทศกาลว่างั้น 555) ขอบคุณบีบี้ที่ช่วยตรวจคาร์หนูอัยย์เช่นเคย ทั้งที่กำลังงานยุ่งนะจ๊ะ //เกรงใจจริงๆ กราบบบ... 

- หยิบฟิคจากในไหมาเขียน ให้คุณชายเค้ามีพัฒนาการบ้างอะไรบ้างนะ เรื่องของคู่นี้ยังคงอยู่ในรายการที่ต้องทำให้สำเร็จในปีนี้อยู่ ยังไงจะทลายเอนทรีในไหออกมาให้อ่านอีกนะคะ ช่วงนี้ไม่มีเรื่องจะคุยมากนักชีวิตอยู่ในวังวนลูปงานในชีวิตจริงอยู่ เอาเป็นว่าอ่านจบแล้วขอให้น้ำตาลขึ้น อุ้ย ไม่ดีสิเดี๋ยวเป็นเบาหวาน ขอให้แฮปปี้กันทุกคนนะคะ

- ฝากผปค.ทุกคนที่มีส่วนเอี่ยวในเรื่องตรวจคาร์ด้วยนะคะ อยากให้เพิ่ม/แก้ไขอะไรบอกได้เลยค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

- ไม่ค่อยถูกใจอีโมใหม่ของเอ็กทีนง่ะ Y^Y

 

แล้วพบกันใหม่ค่ะ :)