[MS] ช่วยน้ำตาลด้วย!

posted on 01 Dec 2009 13:21 by adeya  in Mainstory

ผู้เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ : พี่อินทรี พี่สร พี่โคลเวอร์ *ตัวละครยังไม่ได้รับรองจากผปค.*

Timeline : ไว้มาใส่ทีหลัง

*เอนทรีนี้ยาวมาก จะแบ่งอ่านหรือข้ามไปอ่านสรุปเอาก็ได้นะคะ ถ้ายังไม่มีเวลา ขอบคุณค่ะ*

 

[1]

 

เด็กสาวถักผมเปียสองข้างในชุดนักเรียนเสื้อเชิ้ตสีขาว กระโปรงทวิตและเนคไทสีน้ำเงิน สะพายเป้หนังสือ ที่ไหล่ข้างหนึงหิ้วถุงผ้าใบโตใส่ของตุงจนพองกลมเป็นก้อนเป่งออกมาข้างนอก เดินออกมาจากซุปเปอร์มาร์เกตแห่งหนึ่ง 

 

"เอาล่ะ เท่านี้ก็ครบแล้วล่ะนะ" ดวงตาสีน้ำตาลกลมโตเคลื่อนอ่านสิ่งที่จดอยู่บนกระดาษโน้ตลายการ์ตูนสีหวานแหววในมือ "ของที่คุณยายจะทำใส่บาตร กับของใช้ทำพายบลูเบอร์รี่ที่ชมรมวันพรุ่งนี้"

 

น้ำตาลสำรวจของที่ซื้อมาจนครบแล้วเก็บรายการกับใบเสร็จใส่กลับลงไปในกระเป๋าผ้า ใบหน้าขาวนวลแหงนขึ้นไปมองท้องฟ้าสีเทาหม่นเริ่มมืดลงช้าๆ อาคารบ้านเรือนระแวกนั้นพากันทยอยเปิดไฟสว่างไสว นั่นหมายความว่าเป็นเวลาเย็นมากแล้วเธอควรจะรีบกลับบ้าน ที่สำคัญนี่ก็ใกล้เวลาที่เธอควรจะถึงบ้านแล้ว...

 

"หวา... จะมืดแล้วเหรอเนี่ย สงสัยจะเลือกของนานไปหน่อย ต้องรีบกลับบ้านแล้วเดี๋ยวจะโดนคุณแม่ดุเอา"

 

ว่าแล้วเจ้าตัวก็รีบเดินจ้ำไปตามทางเดินที่จะไปป้ายรถประจำทางที่อยู่อีกด้านหนึ่งของถนนเส้นนั้น ทว่าระหว่างที่กำลังรีบก็ถูกขัดจังหวะเล็กน้อย

 

"พี่จ๋า ช่วยซื้อน้ำผลไม้หน่อยสิจ้ะ" แม่ค้าตัวน้อยทักเสียงใส น้ำตาลหันไปมองต้นเสียง พบว่าเป็นเด็กผู้หญิงสองคนพี่น้อง คนพี่ไว้ผมม้า อายุประมาณ 7-8 ขวบ จูงน้องสาวเดินเตาะแตะมาด้วย มืออีกข้างหนึ่งถือถุงพลาสติกใส่ขวดน้ำผลไม้สองขวด

"ได้สิจ้ะ มีน้ำอะไรมั่งเอ่ย"

"น้ำส้มกับน้ำกระเจี๊ยบ ขวดละ 20 บาทค่ะ"

"งั้นพี่เอาน้ำส้มขวดนึงแล้วกัน"

"พี่คะไม่ซื้อน้ำกระเจี๊ยบด้วยเหรอคะ เหลืออยู่สองขวดสุดท้ายแล้ว" เด็กหญิงส่งสายตาอ้อนวอน

"ก็ได้จ้ะ... งั้นพี่ช่วยซื้อสองขวดเลยนะ"

"เย้! ขายหมดแล้ว มีตังค์ไปซื้อข้าวกินแล้ว" คนพี่รีบรับเงินมาเก็บลงกระเป๋าใบน้อย แล้วดีใจกับน้องสาวตัวเล็ก น้ำตาลมองทั้งสองคนอย่างเอ็นดู พลางเอามือล้วงลงไปในถุงผ้า หยิบเอาขนมปังเมล่อนที่เพิ่งซื้อมาตุนจากซุปเปอร์ฯ ส่งให้เด็กๆ

"น้องๆ นี่พี่ให้ขนมปังที่อร่อยที่สุดในโลกเลย (ก็ของโปรดตัวเองนี่) เอาไปกินกันนะจ๊ะ

"ขอบคุณค่ะ"

 

น้ำตาลลูบหัวทั้งสองคน แล้วโบกมือลา

.

.

.

.

.

 

"เหวอ ต้องรีบกลับบ้านนี่เรา..." 

 

 

[2]

 

น้ำตาลพาตัวเองเดินเลี้ยวมาอีกด้านหนึ่งของถนน ป้ายรถประจำทางที่ตั้งอยู่ตรงหน้ามีแสงไฟเปิดสลัวๆ ไม่มีคนยืนรอรถเมล์เลยสักคน ทั้งบรรยากาศรอบๆยังเงียบสงัด เพราะแถวนั้นมีบ้าน และตึกไม่กี่หลัง ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่รกร้าง เด็กสาวหย่อนตัวลงนั่งที่ป้าย ในใจเฝ้าแต่หวังให้รถเมล์มาไวๆ




ครู่ต่อมาก็มีชายคนหนึ่งเดินมานั่งที่ป้าย... น้ำตาลรู้สึกใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อยที่มีคนมารอรถเมล์บ้าง

 

"นี่หนู กี่โมงแล้ว?" จู่ๆชายคนนั้นหันหน้ามาถาม

"ห้าโมงครึ่งค่ะ" น้ำตาลหันไปตอบ ใบหน้าของชายวัยกลางคนยิ้มเล็กน้อย เธอคิดว่าคนๆนี้ดูไม่น่ากลัว เลยคุยด้วย

"ห้าโมงเหรอ นึกว่าหกโมงแล้วนะเนี่ย"

"นั่นสิคะ ไม่รู้ว่าฝนจะตกรึเปล่า เห็นท้องฟ้ามืดมาตั้งแต่บ่ายแล้ว"

"อืม หน้าฝนก็แบบนี้แหละ แล้วหนูทำไมยังไม่กลับบ้านกลับช่องอีกล่ะ มืดๆอันตรายนะแถวนี้"

"กำลังจะกลับค่ะ พอดีมาซื้อของให้ที่บ้าน" น้ำตาลขยับถุงผ้าให้ดูเล็กน้อย

"โห หอบของพะรุพะรังเลยนะ บ้านอยู่ถึงไหนล่ะเนี่ย?"

"ไม่ไกลหรอกค่ะ นั่งรถเมล์แปปเดียวก็ถึง"

"งั้นไปกับลุงมั้ยล่ะ? เดี๋ยวหลานลุงก็มารับ หนูจะได้ไม่ต้องหอบของขึ้นรถเมล์ด้วย"

"ไม่เป็นไรค่ะ หนูกลับเองดีกว่า"

"ไม่ต้องเกรงใจหรอกหนู ลุงทำแบบนี้ประจำแหละ เดี๋ยวลุงไปโทรตามหลานก่อนนะ" ชายคนนั้นคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาคุยโดยไม่ฟังเสียงทักท้วงของเด็กสาว

 

ครู่ต่อมาไม่นาน รถตู้สีขาวซีดๆก็วิ่งมาจอดเทียบที่ข้างป้ายรถเมล์ไวราวกับคุณลุงคนนี้โทรเรียกแท็กซี่ยังไงยังงั้น

 

"เอ้ารถมาแล้วหนู ไปกันเถอะ" เขากวักมือเรียก "รถเก่าหน่อยแต่นั่งสบายนะ"

 

น้ำตาลผุดลุกขึ้นเดินไปที่รถตู้คันนั้นอย่างลังเลใจว่าจะไปด้วยดีมั้ย เธอไม่เคยไปไหนกับคนแปลกหน้าเลยสักครั้ง แต่คุณลุงคนนี้ก็ดูอัธยาศัยดีคงจะมีน้ำใจเลยจะพาเธอไปส่งบ้าน

 

แต่ก่อนที่จะก้าวขึ้นรถ สายตาก็มองเข้าไปเห็นร่างของชายหนุ่มสามคนที่นั่งมาในรถ แต่ละคนหน้าตาดูน่ากลัวไม่น่าไว้ใจ เธอจึงตัดสินใจได้เดี๋ยวนั้นว่าไม่ควรขึ้นรถไปด้วยอย่างยิ่ง

 

"เอ่อ คุณลุงคะ ขอบคุณที่ชวนนะคะ หนูว่าคุณลุงกลับไปก่อนเถอะค่ะ"

"เป็นอะไรล่ะหนู" ลุงผู้ใจดีหันมามองหน้าเด็กสาว "อ๋อ ไม่ต้องกลัวพวกหลานลุงหรอก เข้าไปเถอะ"

 

ชายวัยกลางคนดุนหลังให้น้ำตาลเข้าไปในรถตู้ แต่เด็กสาวกลับสะบัดตัวหนี

 

"ไม่ล่ะค่ะ พอดีหนูนึกขึ้นมาได้ว่ามีของอีกอย่างต้องกลับไปซื้อ ไปก่อนนะคะ"

 

 

น้ำตาลรีบตัดบทแล้ววิ่งย้อนกลับไปตามทางเดิม โดยไม่หันกลับมามองที่ป้ายรถเมล์อีกเลย ภาพที่เธอไม่ได้เห็นตอนนี้น่ากลัวนัก ใบหน้าของชายวัยกลางคนที่ดูเป็นคุณลุงใจดีเมื่อครู่ถูกถอดออกไป ใบหน้าเหี้ยมเกรียมและแววตาเจ็บใจที่เหยื่อหลุดมือไปปรากฎออกมาแทน

 

 

"พวกแกรีบตามไปสิ" เขาออกคำสั่งเด็กหนุ่มในรถ ซึ่งรีบกระโจนออกมาวิ่งตามทันที "อย่าให้มันหนีไปได้ล่ะ"

 

 

 

[3]

 

 

กลับมาที่สาวน้อยที่กำลังถูกไล่ล่าตัว... เธอยืนประจันหน้ากับกำแพงปูนสูงตระหง่านปิดล้อมทั้งสามด้าน รอบตัวเป็นลานจอดรถขนาดใหญ่ ทว่าลานจอดรถกลับมีเพียงรปภ.เฝ้าดูแลเพียงหนึ่งคน และตอนนี้ก็ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหนแล้วด้วย

 

สิ่งที่เธอสามารถทำได้ตอนนี้คือหาที่ซ่อน เพื่อหาจังหวะเหมาะหนีกลับไปที่ทางออกที่มีแค่ทางเดียว

 

"เฮ้ย ยัยเด็กนั่นหายหัวไปไหนแล้ววะ" ชายฟันเหยินพูด พยายามใช้สายตาสอดส่องดูร่างของเด็กสาวที่พวกเขากำลังไล่ตามอยู่ในลานจอดรถที่มีแสงไฟสลัวๆ

"มันไปไหนไม่ได้ไกลหรอก คงอยู่แถวนี้แหละ" ชายร่างอ้วนตอบ "นี่ก็ทางตันแล้ว มันเดินออกมาพวกเราก็เห็นอยู่ดี"

"งั้นแยกกันหา จะได้เสร็จๆไปเร็วๆ" ชายร่างใหญ่ตัวสูงออกคำสั่ง

 

ยังไม่ทันที่คนร้ายสามคนจะเคลื่อนที่ไปไหน ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ เสียงเพลงนั้นทำให้ชายทั้งสามหันไปมองทางทิศเดียวกันโดยไม่ต้องมีใครบอก

 

"นั่นไง ไม่ต้องเสียเวลาหาเลยแฮะ"

"มาเถอะ ไปเล่นสนุกกับหนูน้อยคนนั้นสักหน่อยดีกว่า"

"อย่านานนะเฟร้ย หัวหน้ารออยู่"

.

.

.

 

 

โธ่เอ๊ย... ใครกันนะต้องโทรมาตอนนี้ด้วย น้ำตาลรีบตัดสายโทรศัพท์ทิ้งโดยไม่ทันดูด้วยซ้ำว่าใครโทรมา แล้วหันกลับไปคลานตามช่องว่าระหว่างรถแต่ละคัน เพื่อย้อนกลับไปที่ทางเข้า



 

"จ๊ะเอ๋! อยู่นี่เองแม่สาวน้อย" จู่ๆหน้าของผู้ร้ายฟันเหยินก็โผล่ออกมาจากท้ายรถคันที่เธอหลบอยู่

"กรี๊ดดดดด...." น้ำตาลสะดุ้งตกใจหวีดร้องลั่น ลุกขึ้นวิ่งไปทางอื่น แต่โดนชายคนอ้วนดักทางไว้

"มานั่งอยู่ตรงนี้ทำไมจ๊ะ มามะ ไปเที่ยวกับพวกพี่ๆดีกว่า" มืออวบอ้วนเข้ามาคว้าข้อมือเล็ก แต่เด็กสาวพยายามยื้อกลับ ยิ่งถูกบีบแรงขึ้น

"ไม่เอา! อย่ามายุ่งกับหนู จะกลับบ้าน!!!"

"อ้าว เมื่อกี้ลุงพี่ก็ชวนไปส่งบ้านแล้ว น้องก็ไม่ไปกลับมานั่งแถวนี้ หรือว่าหนีออกจากบ้าน"

"ถ้ายังไม่อยากกลับก็มาสนุกกับพี่ๆก่อนก็ได้" ชายฟันเหยินเดินเข้ามาใกล้

"ไม่เอา!!! ปล่อยนะ หนูไม่ไป!!!" น้ำตาลพยายามสะบัดมือให้หลุดจากอุ้งมือใหญ่โตของคนร้าย แต่ไม่สำเร็จมือของเธอถูกบีบรัดจนแน่นกระดิกไปไหนไม่ได้ทั้งสองข้าง วินาทีนั้นเธอคิดวิธีที่พี่สาวเคยใช้ตอนที่เธอโดนเด็กผู้ชายเกเรแถวบ้านแกล้งตอนเด็กๆขึ้นมาได้...

 

เธอเหวี่ยงขาเรียวเล็กลอยโด่งขึ้นในอากาศแรงสุดตัว ไปสัมผัสอะไรบางอย่างนุ่มนิ่มแถวใต้เข็มขัดของคนร้ายที่กำมือของเธอไว้

 

ปึก...!

 

"อ๊ากกกกกก..." ชายอ้วนตุ๊ต๊ะร้องโวยเสียงดัง เอามือกุมของสงวนหน้าดำหน้าเขียวก่อนจะล้มลงไปกองกับพื้น

"เฮ้ย ไอ้อ้วนมึงเป็นอะไรวะ" ชายฟันเหยินหันไปมอง

"นะ... น้องชายกู๊...."

"อะไรของมึง"

"ยัยเด็กบ้ามัน...ตะ เตะ นะ...น้องชายกู๊.....!" เขายกมือสั่นชี้ไปที่เด็กสาวที่เคยอยู่ตรงหน้า ตอนนี้อาศัยช่วงชุลมุนหนีหายไปในความมืดอีกครั้ง

"ปัดโธ่โว้ย ไอ้โง่ กูบอกพวกมึงแล้วใช่มั้ยว่าอย่าทำเสียเวลา" ชายร่างสูงโวยวายใส่ทั้งสองคน

"เอาน่าลูกพี่ เดี๋ยวก็เจอ" ชายฟันเหยินพูดไกล่เกลี่ย

"พวกแกไปก่อนแล้วกัน กูหายจุกเมื่อไหร่จะตามไป" ชายอ้วนพูด "กูหาเจอเมื่อไหร่ล่ะก็น่าดู"

 

ท่ามกลางความมืด น้ำตาลคลานหนีไปตามแถวที่รถจอดโดยไม่ดูทางไปสุดที่มุมหนึ่งของลานจอดรถ เธอกลับมาเจอกำแพงปูนอีกครั้ง ช่องที่จะให้ไปต่อนั้นแคบเกินกว่าที่จะคลานผ่านไปได้ ความรู้สึกหวาดกลัวยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ หากโดนจับตัวได้อีกครั้งเธอคงไม่สามารถหาทางเอาตัวรอดได้อีกเป็นแน่ ดังนั้นเธอตัดสินใจย้อนกลับออกมาไปอีกช่องทางหนึ่ง แต่สายตาเหลือบเงาสูงๆของคนร้ายสองคนกำลังเดินใกล้เข้ามาเสียก่อน

 

แย่แล้ว... ต้องหาเราเจอแน่เลย...!

 

น้ำตาลถอยกลับไปที่สุดมุมที่จอดรถที่เดิม บีบตัวให้ประชิดกับรถให้มากที่สุด ไม่มีทางอื่นที่จะไปจากตรงนี้ได้อีกแล้ว ถ้าจะให้ออกไปต่อยตีกับผู้ชายตัวใหญ่สองคนก็คงรับมือไม่ไหว อย่าว่าแต่ผู้ชายเลย ปรกติเธอก็ไม่เคยทำร้ายใครอยู่แล้ว แม้กระทั่งสัตว์หรือแมลงตัวเล็กๆ

 

น่ากลัวจัง.... ทำยังไงดี?!

 

ใครก็ได้มาช่วยที....!

 

"น้องหนู พี่รู้นะว่าเธออยู่แถวนี้" คนร้ายเดินพูดขู่ลอยๆ "ออกมาเถอะ พวกพี่ไม่ทำอะไรหรอก เดี๋ยวพาไปส่งบ้านจริงๆ"

 

ไม่มีเสียงตอบรับจากที่มืด แต่อยู่ๆคนร้ายกลับมีท่าทีแปลกๆเสียเอง

 

"เฮ้ย มึงสะกิดกูทำไมวะ" ชายฟันเหยินพูด

"กูเปล่า มึงมั่วแล้ว"

"เนี่ยๆ สะกิดหลังกูอยู่เนี่ย"

"มือกูอยู่นี่จะเอาที่ไหนไปสะกิดมึงฟะ" ชายตัวสูงบุ้ยหน้าให้ดูแขนที่แนบอยู่กับตัว

"แล้วใครสะกิดกูวะ..."

 

ทั้งสองคนหันหลังกลับไปดูข้างหลัง ก็มีอะไรบางอย่างเหวี่ยงเข้ากลางแสกหน้า

 

พลั่ก!!!!  ทั้งคู่ล้มลงไปกองอยู่กับพื้น

 

"เฮ้ยใครวะ!" ชายร่างสูงตะโกนใส่เงาสองคนที่ปรากฎอยูตรงหน้า ทั้งคู่เดินเข้ามาที่แสงไปสลัวๆให้เห็นหน้า เด็กสาวม.ปลายคนหนึ่งไว้ผมเปีย ใบหน้าคมคาย ดวงตาดุดันเฉียบคม คิ้วเข้ม ดูราวกับผู้ชาย ส่วนอีกคนหนึ่ง หน้าตานิ่งๆ ตัดผมสั้นจนดูเผินๆเหมือนผู้ชายเช่นเดียวกัน

"แล้วพวกมึงเป็นใคร บังอาจมาฉุดรุ่นน้องกู" เสียงแหบห้าวของผู้หญิงตอบกลับ

"เป็นผู้หญิงมาทำซ่าเหรอวะ"ร่างสูงลุกขึ้นยืน "เดี๋ยวแม่ก็ฉุดไปด้วยให้หมดนี่แหละ"

"มึงทำได้ก็เอาสิ"

"เฮ้ย ไอ้เหยินลุย!" แล้วต่างฝ่ายต่างก็กระโจนเข้าหากัน



 

"เฮ้ย สรรับนี่ไป" สาวผมเปียดึงของบางอย่างออกมาจากกระเป๋านักเรียน แล้วโยนส่งให้เพื่อนอันหนึ่ง วัตถุยาวๆนั้นคือ ท่อประปาเก่าๆ ทำด้วยเหล็ก ยาวประมาณหนึงแขน

"แกพกไอ้นี่ไปไหนต่อไหนด้วยเหรอวะ อินทรี"

"เปล่า เอามาทำโครงงานวิทย์ไง มันเหลือเลยเอากลับไปใช้ต่อที่บ้าน"

"มัวคุยอะไรกันน้องสาว"

"ใครเป็นน้องแกไม่ทราบ" สรหันไปฟาดหัวชายฟันเหยิน แต่เขาเอาแขนรับไว้ทัน สรกลับตัวแล้วเหวี่ยงลูกเตะเข้าที่ก้านคอ ทำเอาคนร้ายล้มพับไปนอนนิ่งสนิทกับพื้น

"อะไรวะ กระจอกจัง"

 

ส่วนอินทรีค่อนข้างรับมือยาก ไปเจอคู่ต่อสู้ร่างโตกว่า สูงกว่า กำลังมากกว่า เขาหลบอาวุธได้ทุกครั้ง อินทรีหาจังหวะที่เขาเปิดช่องว่าง กระทุ้งท่อแปปไปตรงท้องคู่ต่อสู้ แล้วกระหน่ำรัวหมัดใส่ ก่อนจะปิดท้ายด้วยการเสยหมัดเข้าที่คางร่างสูง จนคู่ปลิวล้มหงายหลังลงไปนอนนิ่งอีกคน



 

"ไปหาน้องกันเถอะ" อินทรีบอกสร ทั้งที่ยังหายใจหอบ

 

 

[4]

 

 

"โคล เจอน้องรึยัง?" สรเดินมาถามโคลเวอร์กำลังเดินหาน้องสายรหัสอย่างวุ่นวายใจ

"ไม่เจอเลยจ้ะ" เด็กสาวโอตาคุผมม้าตอบ "โคลเดินหาแถวนี้จนทั่วแล้ว เหลือตรงโน้นที่ไฟมันสลัวมาก โคลไม่กล้าเดินไปคนเดียว"

"โอเค งั้นสรอยู่กับโคลตรงนี้นะ เดี๋ยวฉันเดินไปดูทางโน้นเอง"

 

อินทรีเดินตรงไปสำรวจที่มุมมืดของอาคารจอดรถ




"มาทำอะไรแถวนี้จ๊ะน้องสาว" ชายคนอ้วนที่นอนกุมเป้าอยู่กับพื้น มือข้างหนึ่งยื่นไปคว้าข้อเท้าเด็กสาวเอาไว้

"เอามือสกปรกของแกออกไป ไอ้หื่น" ดวงตาเฉียบคมมองร่างที่กองอยู่กับพื้นด้วยความรังเกียจ ก่อนจะเสยเท้าเข้าที่หน้ากลมๆพลิกไปอีกด้านหนึ่ง "เดี้ยงอยู่แล้วยังไม่เจียมอีก"

 

 

ร่างอ้วนนอนนิ่ง มือข้างที่จับข้อเท้าเด็กสาวคลายออก อินทรีหันกลับไปเดินสำรวจต่อ





ในที่สุดเธอพบเด็กสาวตัวเล็กที่กำลังตามหา เจ้าตัวนั่งกอดเข่าตัวสั่นงันงกอยู่ข้างรถยนต์คันหนึ่ง หากไม่สังเกตดีๆก็อาจมองไม่เห็น

.

.

.

.

.

.

 

 

ใครบางคนก้าวยืนตรงหน้าเธอ แต่ในตอนนี้ไม่มีทางให้เธอหนีอีกแล้ว หรือแม้จะมีทางพอให้คลานหลบออกไปจากตรงนี้ เรี่ยวแรงที่มีดูเหมือนจะไม่พอเพียงให้เธอลุกไปไหนได้

 

ทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่ คือ ปล่อยให้เขาพาตัวเธอไป

 

 

ใครคนนั้นหยุดยืนอยู่ตรงหน้า เด็กสาวไม่สนใจแม้แต่จะมอง ไม่ว่าจะเป็นใครก็เหมือนกัน คนเลวพวกนั้นไม่ว่าใครมาเจอเธอก็ต้องพากลับไปที่รถตู้น่ากลัวนั่นอีก หรืออาจทำอะไรน่ากลัวกับเธอก่อนก็เป็นได้ 

 

"น้องจ๊ะ ไม่เป็นไรแล้วนะ ลุกขึ้นมาเถอะ" ร่างสูงย่อตัวลงนั่งข้างๆ ยื่นมือมาจับแขนเธอเบาๆ

 

"ไปให้พ้นนะ!" เด็กสาวร้องตะโกน เอามือปัดแขนนั้นออกอย่างแรง ใบหน้ายังคงซุกอยู่ระหว่างหัวเข่าทั้งสองข้าง "อย่ามายุ่งกับหนู"

 

"ไม่ต้องกลัวนะ พี่ไม่ทำอะไรเธอหรอก มาเถอะ" อินทรีประคองร่างเล็กลุกขึ้นยืน แต่เด็กสาวขัดขืนสะบัดมือที่พยุงแขนเธอขึ้นมาข้างหนึ่งหลุดเป็นอิสระ แล้วเหวี่ยงแขนทุบคนที่พยายามพาตัวเธอไปอย่างสุดแรง แต่กลับแรงพอที่จะทำให้ฝ่ายตรงข้ามรู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อย

 

"กรี๊ด! หยุดนะ อย่ามาแตะตัวหนู ปล่อยหนูไปเถอะนะ" เจ้าตัวดิ้นสุดแรงเกิด ทั้งที่รู้ว่าหมดหวัง แต่...

 

น่าแปลกที่อีกฝ่ายกลับไม่ตอบโต้ใดๆ แต่กลับพยายามพูดปลอบให้หายตกใจ สัมผัสอบอุ่นในอ้อมแขนของฝ่ายตรงข้ามค่อยแทรกซึมเข้ามาในตัวของเด็กสาว

 

"โอ๋ๆ นิ่งซะนะ ไม่เป็นไรนะ" เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหู สัมผัสที่ลูบไล้เรือนผมไปมาเบาๆ ทำให้เด็กสาวรู้สึกผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย


"ฮือ... กลัวแล้ว... ปล่อยหนูไปเถอะ..." เสียงเล็กร้องสะอึกสะอื้น


อินทรีค่อยๆขยับแขนที่กอดสาวน้อยไว้ให้กระชับขึ้นอีกนิด พยายามปลอบให้เธอหายตกใจ จนมีสติกลับมาอีกครั้ง เหมือนเธอกำลังปลอบเด็กน้อยที่เพิ่งถูกรังแกมาอย่างงั้น


"ฮือ... กะ...กลัว" ร่างบางตัวสั่นท้านไปทั้งตัว มือเล็กกำแขนเสื้อของอินทรีไว้แน่น


"ไม่ต้องกลัวนะจ๊ะ พี่ไล่พวกนั้นไปหมดแล้ว นิ่งซะนะ..."

.

.

.

.

.

 

 

"อินทรี... น้ำตาลเป็นอะไรรึเปล่า ได้ยินเสียงร้องลั่นเลย" โคลเวอร์กับสรวิ่งเข้ามาดูใกล้ๆ

 

อินทรีไม่ตอบแต่ปรายตาไปที่ร่างบอบบางในอ้อมแขนแทน

 

"น่าสงสาร... กลัวแย่เลยสิ" สรอุทาน

"น้ำตาล ไม่เป็นไรนะ ไม่ต้องกลัวพี่ๆอยู่นี่แล้ว" โคลเวอร์ ยืนมือไปช่วยปลอบด้วยอีกคน

 

ทันทีที่ได้ยินเสียงใสที่คุ้นเคย ทำให้เด็กสาวกลับมีสติอีกครั้ง ดวงตากลมโตเปิดกว้าง หน้าขาวนวลหันไปหาพี่สายรหัส ทั้งๆที่แผงขนตางอนยาวเปียกชุ่ม แก้มทั้งสองข้างเปรอะเปื้อนเต็มไปด้วยคราบน้ำตา

 

"พี่โคล..." น้ำตาลเรียกเสียงแผ่ว

"พี่อยู่นี่จ้า" โคลเวอร์ยิ้มพลางกอดน้ำตาลทับแขนอินทรี "ไม่ต้องกลัวนะ อินทรี กับสรไล่พวกนั้นไปหมดแล้วล่ะ"

 

น้ำตาลพยักหน้านิ่ง ก่อนจะรู้สึกตัวว่ากำลังอยู่ในอ้อมกอดของใครบางคนอย่างแนบแน่น... และทันทีที่หันไปสบตากับรุ่นพี่อีกคนที่กอดเธอไว้ก็หน้าแดง ใจเต้นรัวขึ้นมาอย่างกระทันหัน รีบปล่อยแขนที่จับอีกฝ่ายหนึ่งแล้วผละตัวออกมาจากอินทรี ไปเกาะแขนโคลเวอร์แทน

 

 

"ขะ... ขอโทษค่ะ" เด็กสาวพึมพำ รู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวราวกับไปอังน้ำร้อนมา

 

 

เธอไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน...ว่าเกิดอะไรขึ้นกลับตัวเอง พอหันไปเห็นสรที่กำลังยืนดูอยู่ด้วยก็รู้สึกแบบเดียวกันแต่ไม่มากเท่ากับตอนที่อยู่กับอินทรี

 

"เอาล่ะเสร็จ เรื่องกันแล้วก็กลับกันเถอะ" สรพูด ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยพากันลุกขึ้นเดินกลับ ออกจากซอย

 

 

[5]

 

ทั้งสี่คนเดินกลับออกมาที่ทางเดินสว่างไสวใกล้ๆกับซุปเปอร์มาร์เกตที่น้ำตาลเข้าไปซื้อของ ขณะนี้เป็นเวลาค่ำแต่ยังคงมีผู้คนเดินออกมาหาซื้อของ ไม่ก็นั่งกินข้าวตามร้านอาหารที่เปิดอยู่แถวนั้น

 

"พี่สาว!" เสียงเด็กตะโกนเรียกมาแต่ไกล ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นสองพี่น้องที่ขายน้ำผลไม้นั่นเอง

"ปลอดภัยดีนะคะ" คนพี่วิ่งมาจับมือน้ำตาล "พวกพี่สาวไปช่วยทันรึเปล่า?"

 

น้ำตาลมองเด็กหญิงตาปริบๆ โคลเวอร์เลยตอบแทน

 

"อื้อ พวกนั้นโดนพวกพี่ซัดกระเด็นไปเลย" โคลเวอร์ชูกำปั้นในอากาศ

"แล้วพี่โคลรู้ได้ยังไงคะว่าน้ำตาลอยู่ที่นี่"

"ก็น้องสองคนนี้มาหาพวกพี่จ้ะ บอกว่ามีเพื่อนของพวกพี่กำลังจะโดนฉุดก็เลยตามไปช่วย ทีแรกพวกพี่ก็ไม่เชื่อหรอกนะ เพราะเค้าบอกว่าเป็นเด็กนักเรียน แต่งตัวเหมือนพวกเรา เน๊อะสร"

"อื้อ ก็มีกันแค่สามคนนี่ที่แต่งเครื่องแบบเหมือนกัน" สรพูดพลางหันไปมองทางอินทรี "แต่เหมือนจะมีบางคนรู้ว่ามีรุ่นน้องอยู่โรงเรียนเดียวกับเราด้วยนะ" 

"พอเค้าบอกว่าตัวเล็กๆพอๆกับพี่ เลยนึกว่าคงเป็นน้ำตาล"

"แหม... ยัยโค น้องสายรหัสตัวเองแท้ๆ กลับจำไม่ได้"

 

"อย่าว่าพี่โคลเลยค่ะ น้ำตาลดีใจจริงๆที่พี่ๆมาช่วยนะคะ" เด็กสาวมองรุ่นพี่ทั้งสามคนอย่างซาบซึ้ง

 

"น้ำตาล เด็กดีจังเลยน้า~" โคลเวอร์คว้าตัวน้ำตาลไปกอดหนุงหนิง

"แบบนี้ก็เท่ากับว่ามีรุ่นน้องจากโรงเรียนเดียวกันมาอยู่ด้วยแล้วสิ" สรพูดเหมือนรู้ทัน "ใครบางคนแถวนี้คงดีใจแย่"

"แหงล่ะ มีน้องน่ารัก เป็นเด็กดีขนาดนี้ใครจะไม่ชอบ" อินทรีขยี้หัวน้ำตาลอย่างเอ็นดู "ชื่อน้ำตาล หวานน่ากินเชียว..."


น้ำตาลดีดตัวผึงมาอยู่ระหว่างสรกับโคลเวอร์ ทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น ตากลมโตบ้องแบ๊ว แอบมองอินทรีด้วยสายตาตกใจระคนสงสัยกับสิ่งที่ได้ยิน... 





"จะกินกันเลยเหรอคะ?"

"ฮ่าๆ พี่ล้อเล่นน่า" อินทรีหัวเราะ


"ยังไงพี่ก็ต้องขอบใจน้องๆนะจ๊ะ ที่วิ่งไปพาคนมาช่วย ไม่งั้นพี่คงจะ..." น้ำตาลหันไปพูดกับเด็กสองพี่น้อง

"ไม่เป็นไรค่ะ ก็พี่ยังช่วยซื้อน้ำผลไม้แถมยังแจกขนมพวกหนูด้วยเลย"

"อืม แต่มันไม่เท่ากับที่น้องๆช่วยพี่หรอกนะ" น้ำตาลก้มตัวไปกอดเด็กทั้งสองคน "ดูแลตัวเองล่ะ พี่ไปก่อนนะ"

"โชคดีค่ะ บ๊ายบาย" เด็กๆโบกมือให้ พวกสาวๆโบกตอบ แล้วต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันกลับ


และแล้วเรื่องร้ายๆผ่านพ้นไปด้วยดี...  


พวกพี่ๆพาน้ำตาลกลับไปส่งที่บ้าน... หลังจากได้รับการช่วยเหลือจากสถานการขั้นวิกฤต ก็ทำให้เกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นในใจของน้ำตาล มีสายใยบางอย่าง ถักทอเชื่อมโยงระหว่างตัวเธอกับพี่ๆ ร้อยรวมกับความรู้สึกต่างๆที่เกิดที่เกิดขึ้นในช่วงที่เกิดเหตุการณ์เพียงไม่กี่นาที ความรู้สึกดีใจที่ได้รับการช่วยเหลือ ความรู้สึกอบอุ่นจากการปลอบประโลม และยังมีสายใยบางเส้น ที่เกิดขึ้นจากความรู้สึกที่พิเศษกว่าเส้นอื่นเล็กน้อย แม่ตอนนี้จะไม้รู้ว่าความรู้สึกนั้นคืออะไร ก็ไม่ใช่เรื่องที่เด็กสาวต้องกังวล



 

เพราะเธอมีความสุขแล้วในตอนนี้

 

[จบ] 

 

สรุป

  • น้ำตาลไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เกตแห่งหนึ่ง พอซื้อของเสร็จก็เย็นมากแล้วเลยรีบกลับบ้าน
  • ขณะที่กำลังรีบมีเด็กสองคนพี่น้องสองคนท่าทางน่าสงสารเดินเข้ามาขายน้ำผลไม้เลยช่วยซื้อ และแจกขนมปังของโปรดที่เพิ่งซื้อมาให้ไปด้วย
  • ระหว่างนั่งรอรถเมล์ที่ป้าย อยู่ๆมีผู้ชายวัยกลางคนท่าทางใจดีมาพูดคุยด้วย ชายคนนั้นแกล้งทำท่าทีว่ามีน้ำใจเห็นน้ำตาลหอบของเยอะเลยบอกว่าจะพาไปส่งบ้าน แต่จริงๆแล้วจะหลอกพาไปทำอย่างอื่น
  • น้ำตาลหลงเชื่อด้วยความที่เป็นเด็กหัวอ่อน ปรกติก็ไม่ค่อยได้คุยกับคนแปลกหน้า และไม่ค่อยได้ไปไหนคนเดียวอยู่แล้ว จึงตามผู้ชายคนนั้นไป แต่ก่อนที่จะขึ้นรถตู้ เหลือบไปเห็นผู้ชายหน้าตาหน้าตาน่ากลัว นั่งอยู่ข้างใน 3 คน รู้สึกว่าไม่น่าไว้ใจเลยวิ่งหนี แต่กลับไปเจอซอยตัน บริเวณนั้นเป็นลานจอดรถกว้างๆ แต่แสงไฟค่อนข้างมืด ด้วยความตกใจเลยหาที่ซ่อนตัวเงียบๆ
  • คนร้ายตามไปจับน้ำตาล แต่โชคดีที่อินทรี สร และโคลเวอร์มาช่วยไว้ทันการ
  • น้ำตาลงงว่าทำไมพวกพี่ทั้งสามคนถึงรู้ว่าเธออยู่ที่นั่น พี่ๆเลยอธิบายให้ฟังว่ามีเด็กขายน้ำผลไม้สองคนวิ่งมาขอความช่วยเหลือ บอกว่าเพื่อนของพวกเธอกำลังจะโดนฉุดเลยวิ่งไปหาคนมาช่วย ทีแรกทั้งสามคนก็ไม่เชื่อเพราะคนที่แต่งเครื่องแบบเดียวกันในโรงเรียนน่าจะมีแค่สามคน ทั้งสองคนเลยบอกว่าตัวเล็กประมาณโคลเวอร์ เลยนึกออกว่ามีน้ำตาลอีกคนหนึง (ดูเหมือนว่าอินทรีจะนึกได้ก่อนว่ามีรุ่นน้องแต่งเครื่องแบบเดียวกัน)
  • น้ำตาลไปเจอเด็กทั้งสองคนพี่น้องอีกครั้งก่อนกลับบ้าน จึงบอกขอบคุณ แล้วพี่ๆทั้งสามคนก็พาน้ำตาลไปส่งบ้าน  
  • น้ำตาลรู้สึกซาบซึ้งที่พี่ๆเข้าไปช่วยในตอนที่ตกอยู่ในอันตราย และก็เกิดความผูกพันเล็กๆขึ้นในใจ แต่ก็มีความรู้สึกพิเศษบางอย่างที่เจ้าตัวเองก็ยังไม่เข้าใจเหมือนกันว่าคืออะไร...

 

 

Numwan's Talk

  • ขออภัยที่ยาวมาก... แถมสรุปยังยาวอีก //เอาหัวตัวเองโขกโต๊ะ
  • เป็น MS ที่ปลดล็อคหมู่ค่ะ รบกวนผปค.ตัวละครที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจเช็คลูกๆด้วยนะคะ หรือผปค.ท่านอื่นจะช่วยตรวจการสะกดคำและแนะนำการเขียนอย่างอื่นก็ได้ค่ะ ยินดีแก้ไขทุกประการ
  • ทีแรกตั้งใจว่าจะปลดล็อคแบบชิลด์ๆไปก่อนแล้วค่อยมาทำ MS แต่พอได้คุยกับผปค.อินทรีแล้วอยากให้มีเรื่องบู๊ๆแล้วเข้ามาช่วยน้องมากกว่า ก็เลยออกมาเป็นพลอตเอนทรีนี้ ตัวเองรู้สึกว่าเขียนยากตรงที่พระเอกไม่ใช่ผู้ชายนี่แหละค่ะ (พยายามจินตนาการถึงรุ่นพี่ที่เคยปลื้มสมัยเรียนแล้วมันก็ค่อนข้างนานโข นึกภาพไม่ค่อยออกแฮะ)
  • ส่วนตัวตอนนี้ก็กลับมาแล้วค่ะ~ แค่ 50% เท่านั้น ดูท่าทางงานจะเข้าเป็นระรอกจนถึงกลางเดือนนี้ ถ้าโชคร้ายก็ยาวไปถึงสิ้นปี (เหมือนที่ออฟฟิตจะพยายามปิดงานที่คั่งค้างทุกอย่างก่อนสิ้นปี) โฮววว...  
  • เหลือการ์ตูนสั้นที่ค้างอยู่ในสต๊อกจะวาดมาอัพเร็วๆนี้ (คาดว่าคงจะนั่งวาดวันละนิด หุๆ) เค้าอยากวาดรูปปปป...ปป...ป!!! (*[]*) ...จะได้ช่วยกู้แทครร.กลับมาด้วย

 

แล้วเจอกันเอนทรีหน้าค่ะ บะบาย

สู้ๆ *ชูกำปั้น* //กลับสู่โลกแห่งความจริง... 

Favourites